Flag Counter

free counters

Teddy in real life. Young to the bae. G to the D.

And they are in the same room! Let's hail my boys BIGBANG!

Meet Aliens from Mato Planet!

My beloved rookies group of year 2012. They are Best.Absolute.Perfect. B.A.P

Tablo, Mitha Jin, and Tukultz.

EPIK HIGH, everything about them is EPIK.

Perfect Human Being is here.

T.O.P aka Choi Seung Yong, black chocolate and almond voice of BIGBANG.

BIGBANG Still Alive.

We'll be more than they'll ever be.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ year: 2009 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ year: 2009 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[FanAccount] โมเมนต์ GTOP#5


*เรียงลำดับผิดกับอันที่ 4 เล็กน้อย xD ขออภัยค่ะ แต่ก็ยังอ่านรู้เรื่องเนอะ



31. ในห้องของควอนจียงมีกระดานจากแฟนๆจีรีอยู่ แต่มีข่าวลือว่าเขาทิ้งมันไปแล้ว


32. แฟน GTOP เห็นชเวซึงฮยอนบนถนนเธอจึงตื่นเต้นมากและเข้าไปถามว่าเขาออกมากับจียงรึเปล่า ท๊อปตอบว่า "ใช่...ใช่..." เธอตื่นเต้นมาก คิคิ แต่มารู้ทีหลังว่าที่จริงท๊อปกำลังคุยโทรศัพท์อยู่เธอจึงผิดหวัง


33. ท๊อป จียงและซึงรีไปดูหนัง ‘The Chaser’ ด้วยกัน แต่ซึงรีบอกยกเลิกนัด ก็เลยมีแค่ท๊อปกับจียงที่เข้าไปดูด้วยกัน



34. แฟนซาแซงออนนี่ (สโตรกเกอร์) เข้าไปขอลายเซ็นจียง แต่พบว่าท๊อปกับจียงกำลังจูงมือกันอยู่ จียงทำท่าประมาณว่า 'ปล่อยมือได้แล้ว' ท๊อปเลยร้องว่า "อ๋า? โอเช..." แล้วเขาก็ปล่อยมือจียง

[FanAccount] โมเมนต์ GTOP#4

53. จีดี & ท๊อปเดินเข้าบริษัท YG ด้วยกัน แล้วแฟนๆ ที่ตามหลังมาก็ตะโกนว่า "ชเวท๊อปท๊อป!" ท๊อปเลยหันไปถามจีว่า "นั่นอะไรอ่ะ ชเวท๊อปท๊อป? ยี่ห้อใหม่เหรอ?" จีตอบว่า "นั่นมันชื่อพี่ไม่ใช่เหรอ? เค้าเรียกพี่อ่ะ!" ท๊อปทำหน้าตาเหวอไปเลย... "ทำไมฉันถึงชื่อชเวท๊อปท๊อปล่ะ..."


54. ฉันจำไม่ได้ว่านี่ึเป็นตอนอยู่ที่บาร์รึเปล่า จียงกำลังคุยกับท๊อปอย่างมีความสุข แล้วแฟนคนที่จำท๊อปได้ก็เดินเข้าไปขอลายเซ็น ท๊อปเลยหยุดคุยกับจียงแล้วหันไปเซ็นให้ แล้วฉันก็ได้ยินจียงร้องว่า "ชเวซึงฮยอน ฟังช้านก่อนเซ่!"


55. ในปี 2008 ตอนที่ Freetempo มาแสดงที่เกาหลี จีดีกับท๊อปไปดูด้วยกันแต่วันนั้นจีไม่ค่อยสบาย ทุกคนกำลังสนุกกับการแสดงแต่จีไม่สบายก็เลยยืนตบมือกับเชียร์นิดหน่อย ซึงฮยอนที่เป็นห่วงจีมาตั้งแต่ต้นงานมักคอยเหลือบมองจีบ่อยๆ ว่ายังโอเคมั้ย จู่ๆ เขาก็จับมือจีแล้วพาออกไปตรงที่คนไม่ค่อยเยอะ ฉันมองไม่ค่อยเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่เห็นซึงฮยอนพยายามทำท่าตลกๆ ให้จียงหัวเราะ พอทำแบบนั้นแล้ว จียงเลยหัวเราะและสนุกกับการแสดงบนเวทีมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Shout out to the world: ส่วนที่เหลือติดตามได้ที่นี่





สำหรับ Shout out to the world ของสมาชิกคนอื่นติดตามได้ที่นี่จ้า :D


http://www.vipthaisub.net/forum/index.php?board=38.0

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

BIGBANG : การสร้างสรรค์เทรนด์ใหม่ๆจากพวกเค้า

Bigbang กลุ่มศิลปินไอด้อล กับการเปิดตัวหนังสือเป็นครั้งแรกของพวกเค้า
ซึ่งในงานเปิดตัวหนังสือ “Shout your name to the world”
เราได้มีโอกาสพูดคุยกับพวกเค้าถึงหนังสือเล่มนี้แนะนำถึงหนังสือเล่มนี้กับผู้อ่านขอ
งเรา


TOP: การที่เราตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ก็เพียงเพื่อต้องการเผยถึงเรื่องราวของเราที่ไม่เคยมีโอกาส
เปิดเผยที่ไหนมาก่อน เราไม่ได้มีเจตนานอกเหนือจากนี้เลย เรื่องราวในหนังสือเป็นสิ่งที่มีค่า
ต่อความรู้สึกของพวกเรา ผมหวังว่าคงมีคนสนับสนุนหนังสือเล่มนี้ครับ

Daesung: หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ต้องการสื่อถึงเรื่องราวความสำเร็จของเรา แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์
ที่เราต้องฝ่าฟันกันมา หวังว่าทุกคนคงให้ความสนใจกับหนังสือของพวกเราครับ

G-Dragon: อย่างที่แดซองกล่าว หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับความสำเร็จของเรา ถึงแม้ว่าหลาย
คนอาจจะมองเป็นอย่างนั้นได้ แต่เมื่อคุณได้อ่าน คุณจะตระหนักถึงสารที่เราสื่อออกไปเพื่อให้
ทุกคนยึดมั่นกับความฝัน และมีความหวังอยู่เสมอ

Taeyang: หนังสือเล่มนี้ จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจ และผลักดันคนที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้อง หรือวัยรุ่นทั่วไป
ให้ทำตามฝันของตนเอง สำหรับคนที่มุ่งมั่นทำตามความฝันของตน หนังสือเล่มนี้ก็เสมือนเป็นแนวทางหนึ่ง

Seungri: ตอนที่ทางตัวแทนทีมงานแจ้งเราถึงแผนงานนี้ สมาชิกในทีมต่างก็รู้สึกตกใจ แต่หลังจากที่เรา
ได้ออกความคิดเห็นร่วมกัน เราจึงลงความเห็นว่าพวกเราน่าจะเขียนถึงเรื่องราวที่มาจากเรื่องจริงที่
พวกเราผ่านกันมาในอดีด หลายคนอาจจะคิดว่า ศิลปินคนไหนๆก็เขียนเรื่องอย่างนี้ได้ แต่พวกเรา
หวังว่า คนรุ่นใหม่ หรือคนที่มีความฝันจะมีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้

วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Shout out to the world: TOP'S Final Part



Disclaimer: This work is a joint effort between my friend and I. It is merely a fan translation and has no relation to any of the original works. We have no affiliation with the publisher, Sam and Parkers. This translation is unofficial and the ideas and opinions are strictly personal. This material is for fans’ personal use and shall not be reproduced, modified, and redistributed for any purposes whatsoever. Furthermore, this translation shall not be reposted to any blogs, sites or forums under any circumstances.

Disclaimer: งานแปลนี้เป็นผลงานแปลของแฟนๆระหว่างฉันและเพื่อน ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักพิมพ์ Sam and Parkers ไอเดียและความเห็นทั้งหมดจึงเป็นความคิดส่วนตัวของฉันเท่านั้น บทแปลนี้สำหรับแฟนๆและไม่ควรถูกก๊อปปี้ แก้ไข และแจกจ่ายไม่ว่ากรณีใดก็ตาม อีกทั้งบทแปลนี้ไม่ควรถูกแปะในบล๊อก เว็บไซด์หรือเว็บบอร์ดใดๆไม่ว่ายังไงก็ตาม

(เค้าไปขออนุญาตมาจาก jwalkervip เป็นกรณีพิเศษสำหรับ VIP ชาวไทยค่ะ ^_^)

Source: BIGBANG’s Shout out to the World
Translation by: jwalkervip.tumblr.com, ___ladyC@twitter
Thai Translation by: icys.exteen






บทที่ 11:  ครอบครัวคาจอก สองคำที่ผมรู้สึกขอบคุณที่คอยให้กำลังใจผม

ครูจองยอกคยอง คุณครูประจำชั้นตอนม.6เป็นคนที่ผมจะไม่มีวันลืม พอได้เป็นเด็กฝึกที่ YG ผมเลยไปโรงเรียนน้อยลง จนถึงจุดที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ แต่ครูประจำชั้นเชื่อในตัวผมและความฝันของผม ท่านคุยกับครูใหญ่และขอร้องให้ช่วยผ่อนผัน ด้วยความช่วยเหลือของครูประจำชั้นจึงทำให้ผมสามารถเรียนจบม.ปลายได้ และกลายมาเป็นสมาชิกของ BIGBANG


หากมีใครซักคนเชื่อมั่นและช่วยเหลือเรา เด็กทั้งหลายคงไม่โตเป็นคนเลว เมื่อคืนผมเห็นเด็กๆเดินเตร็ดเตร่บนถนน ผมคิดถึงวันที่ผมยังหลงผิด พวกเด็กที่ต่อต้านพ่อแม่ สูบบุหรี่และกินเหล้าให้ขาดสติ ทำอะไรขวางโลก ในสายตาผมยังถูกความทรงจำพวกนั้นพ่นพิษใส่


เด็กที่โตมากับสิ่งแวดล้อมแย่ๆก็เหมือนกับคนป่วย พวกเขามักคิดว่า “ฉันเจ็บปวดและทรมานขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครแคร์เลย” สำหรับคนที่ป่วยหนักและรอให้หมอรักษา ได้โปรดบอกพวกเขาว่า “มันน่าหัวเราะที่คุณต้องเป็นแบบนี้” และ “เดี๋ยวก็หาย” ไม่นานมานี้ผมเข้าโรงพยาบาล และต้องขอบคุณครอบครัวที่ผมเคยลืมไปแล้ว ที่ผมได้เป็นผมอย่างในทุกวันนี้ก็เพราะพวกเขาเชื่อมั่นและรักผม

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

Shout out to the world: TOP's part #2

Disclaimer: This work is a joint effort between my friend and I. It is merely a fan translation and has no relation to any of the original works. We have no affiliation with the publisher, Sam and Parkers. This translation is unofficial and the ideas and opinions are strictly personal. This material is for fans’ personal use and shall not be reproduced, modified, and redistributed for any purposes whatsoever. Furthermore, this translation shall not be reposted to any blogs, sites or forums under any circumstances.

Disclaimer: งานแปลนี้เป็นผลงานแปลของแฟนๆระหว่างฉันและเพื่อน ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักพิมพ์ Sam and Parkers ไอเดียและความเห็นทั้งหมดจึงเป็นความคิดส่วนตัวของฉันเท่านั้น บทแปลนี้สำหรับแฟนๆและไม่ควรถูกก๊อปปี้ แก้ไข และแจกจ่ายไม่ว่ากรณีใดก็ตาม อีกทั้งบทแปลนี้ไม่ควรถูกแปะในบล๊อก เว็บไซด์หรือเว็บบอร์ดใดๆไม่ว่ายังไงก็ตาม

(เค้าไปขออนุญาตมาจาก jwalkervip เป็นกรณีพิเศษสำหรับ VIP ชาวไทยค่ะ ^_^)

Source: BIGBANG’s Shout out to the World
Translation by: jwalkervip.tumblr.com, ___ladyC@twitter
Thai Translation by: icys.exteen



บทที่ 6 :: สร้างสีสันของตัวเองตามลำพัง


บางครั้งผมก็มีความคิดว่า ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่เลย ไม่ได้พูดเพราะอยากจะกลับไปเป็นเด็กหรืองอแงอะไรหรอกนะครับ แต่ที่ไม่อยากเป็นผู้ใหญ่เพราะผมอยากสร้างเพลงของตัวเองและการแสดงต่อไปเรื่อยๆ ผมอยากเป็นที่จดจำในฐานะคนที่มีความปรารถนาอันสูงส่ง และจะพยายามต่อไปในฐานะสมาชิกของ BIGBANG เพื่อเติมเต็มชีวิต แม้ว่าจะมีโอกาสอันน้อยนิดแต่ผมอยากจะเป็นนักดนตรีที่รักของทุกคนไม่ว่าผู้ชมหรือใครก็ตาม

วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Shout out to the world: TOP's part #1

Disclaimer: This work is a joint effort between my friend and I. It is merely a fan translation and has no relation to any of the original works. We have no affiliation with the publisher, Sam and Parkers. This translation is unofficial and the ideas and opinions are strictly personal. This material is for fans personal use and shall not be reproduced, modified, and redistributed for any purposes whatsoever. Furthermore, this translation shall not be reposted to any blogs, sites or forums under any circumstances.

Disclaimer: งานแปลนี้เป็นผลงานแปลของแฟนๆระหว่างฉันและเพื่อน ไม่เกี่ยวข้องกับสำนักพิมพ์ Sam and Parkers ไอเดียและความเห็นทั้งหมดจึงเป็นความคิดส่วนตัวของฉันเท่านั้น บทแปลนี้สำหรับแฟนๆและไม่ควรถูกก๊อปปี้ แก้ไข และแจกจ่ายไม่ว่ากรณีใดก็ตาม อีกทั้งบทแปลนี้ไม่ควรถูกแปะในบล๊อก เว็บไซด์หรือเว็บบอร์ดใดๆไม่ว่ายังไงก็ตาม

(เค้าไปขออนุญาตมาจาก jwalkervip เป็นกรณีพิเศษสำหรับ VIP ชาวไทยค่ะ ^_^)

Source: BIGBANG’s Shout out to the World
Translation by: jwalkervip.tumblr.com
Thai Translation by: icys.exteen
-ชเวซึงฮยอน-
ผมมาที่นี่เพราะสายใยแห่งความหวังเส้นนั้น
ผมยืนอยู่ที่ไหนกัน? ผมเฝ้าถามตัวเองแต่ยังไม่พบคำตอบที่ชัดเจนเสียที
ระหว่างที่ผมกำลังค้นหาอีกด้านของตัวเอง ความกังวลก็เลือนหายไป
เพราะผมต้องตามหาคนที่จะมาเป็นที่พักพิงของผมให้เจอ– TOP

ชื่อ: ชเวซึงฮยอน
เกิด: 4 พย. 1987
ความสามารถ: แร๊พ เขียนเนื้อเพลง บีทบ๊อกซ์
*นักแสดงในละคร KBS ‘I am Sam’

บทที่ 1 :: พลังที่จะปลุกจิตวิญญาณให้ตื่น บางครั้งก็เจ็บปวดจากการกำเนิดตัวตนใหม่

-มีครั้งหนึ่งผมเคยอยากเป็นกลอนเนื้อเพลงที่ถูกสร้างขึ้นและถูกขับร้อง-

วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Shout out to the world: GD's part #1

세상에 너를 소리쳐!
<< Shouting to you in the world >>
ตามล่าความฝัน, ความท้าทายของ BIGBANG ใน 13140 งาน

Composed :: BIGBANG
All translation :: Cute*JJ @ bigbangthailand, LiTTlE WhiTe BeaR [ใบชา]


G-DRAGON
ความสามารถและทักษะมันต่างกัน
[G-dragon สัญชาตญาณผู้รังสรรค์]
"อย่าทำอะไรแค่พอเหมาะพอดี
ไม่ว่าจะเรื่องเรียน, ความฝัน หรือความรัก
ถ้าไม่กล้าเผชิญกับความหวาดกลัวในความล้มเหลวและหมดหวัง
ก็เหมือนกับไม่รักษามารยาทขั้นต่ำของความเป็นวัยรุ่น
ถึงจะล้มก็ไม่เป็นไร พวกเรายังเป็นแค่เด็ก~"


บทที่ 1 :: การมีความสามารถ คือสิ่งเดียวที่ยังคงอยากมีมากขึ้นอีกนิด
# ดนตรีดีๆ เป็นตัวแทนของผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลย

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554

[FanAccount] โมเมนต์ GTOP#3





16. ชเวซึงฮยอนเล่าว่าเค้าฝันร้าย คุณจีฮยอนวูเลยบอกว่า “ถ้านายจับมือจีดราก้อนอาจจะดีขึ้นนะ?” ทุกคนเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่สมาชิกทั้งห้าจะหันมามองหน้ากันเอง ควอนจียงเลยเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างร่าเริงว่า “จะจับมือผมก็ได้นะ ตอนนี้ผมนั่งข้างๆพี่นี่” คุณจีฮยอนวูเลยบอกว่า “งั้นกรุณาจับมือจีดราก้อนเลย” จียงจะหัวเราะและบอกว่า “ผมจะกำมือแน่นๆเป็นก้อนกลมแทนนะฮะ” ทุกคนที่ดูรายการวิทยุอยู่จะเห็นว่าสีหน้าของหนุ่มๆดูตื่นตระหนกกันมาก (ความเห็นคนเขียน: จริงๆแล้วดูเหมือนคุณจีฮยอนวูจะรู้อะไรบางอย่างนะ คิคิคิ ต้องขอบคุณคุณจีฮยอนวู! คิคิคิ)


17. เมื่อบิ๊กแบงไปดิสนีย์แลนด์ที่ L.A. ซึงฮยอนซื้อแหวนมิกกี้เมาส์และใส่ให้กับนิ้วจียงจนเหมือนแหวนแต่งงาน ควอนจียงเลยบอกว่า “อาทำไมอ่ะผมไม่อยากได้อันนี้ เอาอันที่ดีกว่านี้ซิ” 
(ความเห็นคนเขียน: คิคิคิ “เอาอันที่ดีกว่านี้)


18. แฟนซาแซงนูน่า(สโตรคเกอร์)ตามรถตู้ของบิ๊กแบงไป จู่ๆรถก็หยุด เธอคิดว่าบิ๊กแบงจะลงมาแต่กลับเป็นผจก.แทน เมื่อประตูรถเปิด เธอเห็นข้างในรถว่าชเวซึงฮยอนกำลังดื่มน้ำจากขวดที่แย่งมาจากจียง


19. ชเวซึงฮยอน ควอนจียง ลีฮยอนซูและหนุ่มๆจากกลุ่ม NUTHANG ไปดู Free Tempo ที่มาเยือนเกาหลีเป็นครั้งที่ 2 พวกเค้าเล่นจนถึงตี 4 และมีบางคนเห็นชเวซึงฮยอนกับควอนจียงที่คอฟฟี่ช๊อปด้วยกันในชองดัมดง


20. ก่อนที่ควอนจียงจะเดบิว เค้าชอบเรียกชเวซึงฮยอนว่า “โอปป้า” ปัจจุบันเค้ายังคงเรียกอยู่บ้างครั้งบางคราว


21. เวลาแม่ของชเวซึงฮยอนเปิดประตูรถเพื่อคุยกับลูกชาย ซึงฮยอนมักตอบว่า “อือ….อือไม่อ่ะทำไม” แต่เวลาควอนจียงพบเธอ บรรยากาศจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เค้าจะทักทายเธออย่างกระตือรือร้น “อันยอง!” และแม่ของชเวซึงฮยอนก็จะตอบว่า “ไอกูจียงของเราเป็นยังไงบ้าง? ชั้นไม่ได้เจอเธอนานแล้ว!
” เธอมักปฎิบัติกับเค้าเหมือนลูกแท้ๆ


22. ชเวซึงฮยอนจับมือควอนจียงเพื่อขอดูแหวน จียงมักบอกให้ปล่อยและดึงมือออก ชเวซึงฮยอนจะตื้อถามว่าทำไม คอวนจียงเลยยอมแพ้และให้เค้าจับมือในที่สุด




23. ระหว่างงาน MCD Countdown เมื่อเพลงของพวกเค้าชนะเลิศ หน้าของควอนจียงมีกระดาษติด ชเวซึงฮยอนจึงเข้าไปยืนใกล้ๆและเชิดคางของจียงขึ้น แฟนๆนึกว่าทั้งคู่จะจูบกันเสียอีก



24. ทุกคนรู้ว่าควอนจียงชอบเรียกลีซึงฮยอนว่ามักเน่ แต่คุณรู้ไหมว่าชเวซึงฮยอนก็เรียกจียงว่ามักเน่เหมือนกัน? แต่ทุกครั้งที่ซึงฮยอนเรียกยังงั้น จียงจะโกรธ “เรียกใครว่ามักเน่กันหา??”


25. ชเวซึงฮยอนเมาจนจำทางกลับไม่ได้ ทันใดนั้นจียงก็ปรากฎตัวพร้อมกับรองเท้าแตะ แกล้งตีแขนและตะโกนใส่ “ไม่รู้ทางกลับบ้านสินะ!” หลังจากนั้นเค้าก็พยุงซึงฮยอนกลับหอพักไป ดีนะที่เค้าไม่ได้ทิ้งชเวซึงฮยอนไว้กลางถนน


26. ในปี 2005 ก่อนจะเดบิว ชื่อบล๊อก Cyworld ของชเวซึงฮยอนคือ “ชีวิตที่สวยงาม” ในขณะที่รอยสักของควอนจียงคือ “vita dolce” หมายถึง “ชีวิตที่สวยงาม” เช่นกัน


27. ควอนจียงชอบพิงชเวซึงฮยอน ในรายการ Come To Play เค้าบอกว่ามันติดเป็นนิสัยเสียแล้ว “มันติดซะแล้วล่ะครับ เพราะว่าพี่เค้าก็ชอบด้วย”




28. ควอนจียงกับชเวซึงฮยอนมีชื่อเล่นให้กันและกัน แต่แฟนๆเพิ่งจะมารู้ไม่นานนี้เอง (จีโยงกี้กับซึงฮยอนนี่!)



29. ขณะที่ฝนกำลังตก ท๊อปก้าวออกรถพร้อมกับกางร่ม เมื่อเค้ากำลังกางให้นั้นมีน้ำฝนหยดบนเสื้อของจียง เจ้าตัวเลยบ่น “อา ชเวซึงฮยอนอ่า! ตอนนั้น ท๊อปเลยตอบว่า “อาไม่ใช่นะ! ไม่ใช่แบบนั้นนะร่มมันมีปัญหา!” สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งคู่ยังอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันโดยมีมือของจียงโอบรอบเอวท๊อป (ทำลีดเดอร์เปียกเรอะ? ไม่รู้ซะแล้วว่าเมียเอ็งดุ 555)


30. ก่อนจะเดบิว ทั้งคู่ออกไปดื่มด้วยกันกับหนุ่มๆจาก NUTHANG ระหว่างที่กำลังเล่น “เกมพระราชา” บทลงโทษของท๊อปบกับจียงคือให้ทั้งคู่จูบกัน ซึ่งทั้งคู่ก็ยอมจูบกัน


Source: GDandTOPlove@baidu
Translated by: mystifize@twitter
Thai Translated by: Icys.exteen

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2554

[FanAccount] โมเมนต์ GTOP#2





หมายเหตุ: ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นช่วง 2006-2009 มีประมาณ 60 แฟนแอคเคานท์จึงขอแบ่งเป็นส่วนๆ



1. ควอนจียงนั่งบนเข่าของท๊อปในห้องรับรอง ท๊อปทำท่าจะลุกไปทำอะไรแต่จียงไม่ให้ลุกเพราะกำลังนั่งสบาย 
(ความเห็นคนเขียน: นั่งแบบนั้นสบายหรอ? เหมือนสาวน้อยเลยเนอะ! นั่งบนเข่าของท๊อปทำให้คุณมีความสุขขนาดนั้นเชียว พูดจริงๆนะในฐานะที่เป็นผู้หญิงฉันยังไม่นั่งบนเข่าของเพื่อนผู้หญิงเลย! ทำให้ฉันคิดว่าผู้ชายที่นั่งท่านั้นกันต้องกำลังมีความสัมพันธ์กัน... พวกเค้าต้องรักกันแน่ๆ จะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้ยังไงเนอะ?)


2. ท๊อปกับจียงมักจะจับมือกันหรือเอามือเข้าไปซุกในแขนเสื้อของกันและกันเสมอ


3. ชเวซึงฮยอนกับควอนจียงนั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน และจียงก็ตักผักใส่จานของซึงฮยอน นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกถึงสิ่งที่คนเค้าพูดกัน "ภรรยาควอน" มันเป็นยังงี้นี่เอง


จียง: พี่ กินซะสิ
ซึงฮยอน: โอ้ขอบใจมาก!
จียง: อร่อยมั้ย?
ซึงฮยอน: ฮืม... ที่นายตักให้ฉันน่ะอร่อยสุดเลย

4. ถ้าคุณเคยอ่าน
แฟนแอคเคานท์อันอื่นๆจะรู้ว่าชเวซึงฮยอนจะออกนอกหอพักเมื่อมีจียงไปด้วยเท่านั้น


5. จียงกับท๊อปเข้าร้านสะดวกซื้อด้วยกัน จู่ๆท๊อปก็เอนหัวพิงไหล่จียง จียงเลยเอาหัวไปพิงด้วย ท๊อปเริ่มหยิกแก้มจียงด้วยล่ะ (ความเห็นคนเขียน: ว้าว! จะมีใครที่ไหนหยิกแก้มผู้ชายกันถ้าไม่ได้คยกันอยู่น่ะ!)


6. ท๊อปอยู่ในห้องรับรองและรู้สึกประหม่า จียงจึงเดินไปกุมมือเค้าและบอกว่า "ซึงฮยอนของพวกเรา อย่ากังวลไปเลย!" 


7. ท๊อปเคยไปซื้อยาให้จียงตอนจียงไม่สบาย

8. จียงเป็นคนที่มีสโตรคเกอร์เยอะที่สุด ดังนั้นเวลาเ้ค้าไปไหนมาไหนมักจะเจอแฟนพวกนี้เสมอ มีอยู่วันหนึ่งจียงอารมณ์ไม่ดีเลยเดินผ่านคนพวกนี้ไปอย่างไม่ใส่ใจ ทันใดนั้นท๊อปก็ปรากฎตัวออกมาและบอกว่า "ชั้นคือบอดี้การ์ดของจียง" 

(ความเห็นคนเขียน: "ชั้นคือบอดี้การ์ดของจียง" <-- จียงน่ะเป็นของฉัน ห้ามยุ่งเข้าใจมั้ย?... พวกเค้ากำลังคบกันแล้วสินะ!)


9. มีสาวคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ที่สถานีรถไฟฝั่งฮงแด -> ซังซุง เธอเห็นชายสองคน หนึ่งในนั้นเอาแขนคล้องคออีกคนไว้ เธอรู้ทันทีว่านี่คือโมเมนต์'ท๊อปนยอง' จียงเป็นฝ่ายเอาแขนคล้องคอท๊อป ส่วนท๊อปเอามือโอบเอวจียงไว้ เมื่อพวกเค้าเดินเข้ามาใกล้เธอก็แอบได้ยินจียงหัวเราะและบอกว่า "มันจั๊กกะจี้นะ"

10. ก่อนที่พวกเค้าจะเดบิวและมีชื่อเสียง พวกแฟนๆเคยเห็นพวกเค้าที่ฮงแดบ่อยๆ ทั้งคู่ชอบเดินเอาแขนคล้องคอกัน เนื่องจากความสูงของทั้งคู่ค่อนข้างต่างกันมาก จียงเลยมักบอกท๊อปว่า "ย่อตัวลงมาหน่อยสิ" ชเวซึงฮยอนจะหัวเราะน้ำตาร่วงก่อนจะยอมย่อเข่าลง

11. พี่ชายของเพื่อนฉันทำงานอยู่ที่คลับในฮงแดและเห็นท๊อปกับจียงที่นั่น เวลาท๊อปพูดอะไรจียงมักจะหัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตาย และท๊อปมักชอบเอามือโอบเอวจียงด้วย พี่ชายของเธอบอกว่าทั้งคู่ทำแบบนั้นอย่างโจ่งแจ้งตลอดเลย


12. สาวน้อยคนหนึ่งเข้าไปใกล้ท๊อปและพยายามจะขอเบอร์ของเค้า จียงที่ยืนหึงอยู่ข้างๆเลยบอกว่า "ไม่ได้ๆ" ตลอด และยังมายืนขวางข้างหน้าท๊อปด้วย ท๊อปหัวเราะและกระซิบบอกว่า "จียงไม่อนุญาตอ่ะ" แม้ในสถานการณ์อื่นสาวๆก็จะพยายามขอเบอร์ท๊อป จียงก็มักจะคอยบอกว่า "ไม่ได้" เสมอ

13. ท๊อปกับจียงปรากฎตัวที่คอฟฟี่ช็อปที่ฮงแด จียงบอกว่า "ชั้นไม่ได้เอาเงินมาเลย...ซื้อนี่ให้ชั้นทีซิ?" เค้าจิ้มเมนู พอท๊อปเห็นก็บอกว่านั่นมันแพงไป ตอนนั้นเสียงของจียงก็เปลี่ยนไปและอ้อนว่า "...จะไม่ซื้อให้ชั้นจริงๆหรอ?" ท๊อปหัวเราะและสั่งเมนูนั้นมาสองที่ทันที...


14. ที่คอฟฟี่ช็อป เด็กเสิร์ฟเดินมาที่โต๊ะของทั้งคู่ซึ่งใส่แว่นกันแดดและหมวกอยู่


ซึงฮยอน: ชั้นอยากได้คาราเมลมัคคีเอโต้ (กาแฟใส่คาราเมล)
จียง: มันหวานไปนะ เดี๋ยวก็อ้วนหรอก อย่าสั่งเลย
ซึงฮยอน: ทำไมล่ะ? มันอร่อยนี่นา... โอเคงั้นย้ายร้านกันเถอะ
จียง: ถ้าย้ายร้านแล้วคิดจะสั่งแบบเดิม งั้นก็กินแค่มัคคีเอโต้พอ!

ท๊อปเลยกลัวไม่ยอมสั่งอะไรมากินเลย = =;;;;;



15. จียงกับท๊อปชอบบินไปอเมริกาด้วยกันสองคน แฟนๆเลยไม่รู้ว่าจริงๆ Bigbang มีสมาชิก 5 คน
(ม่ายจริงม้าง~ :P แฟนๆทั่วโลกเค้าก็รู้กันอยู่น้า)



Source: GDandTOPlove@baidu
Translated by: mystifize@twitter

Thai Translated by: Icys.exteen

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

[Trans] G-Dragon Shine a light Making book#5 [end]

G-Dragon Shine a light Making book [End]
 
 
 
ในที่สุด เวลาก็ดำเนินมาถึงวันคอนเสิร์ตจริงๆแล้ว
จียงดูไม่ตื่นเต้นเลย และยังดูสบายใจอยู่...ว่าแต่ทำไมฉันถึงได้ตัวสั่นแบบนี้กันนะ?
 
 

ฉันจะบอกสภาพอากาศในวันนี้ให้คุณฟังแล้วกัน
มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันเลยที่หนาวขนาดนี้
วันนี้อากาศหนาวมาก ฉันเดินออกไปข้างนอกฮอลล์ได้แป๊บเดียวก็ต้องรีบบึ่งกลับมาข้างใน
แต่ฉันสังเกตเห็นแฟนคลับกำลังยืนต่อแถวอยู่ข้างนอกประมาณ 2-3 ชั่วโมงก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม
เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจจะลืมความหนาวไปทั้งปวงเมื่อนึกถึงคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้
พวกเขาทั้งหมดกำลังยิ้ม อย่างสดใส
แน่นอน จียงเองก็เป็นห่วงแฟนๆที่กำลังรอเขาอยู่ข้างนอกมาก
"ทำไมวันนี้ถึงได้หนาวแบบนี้นะ...พวกเขาต้องรอจนแข็งตายแน่ๆเลย"
แทยังพยายามพูดให้จียงอุ่นใจว่าทุกคนไม่เป็นอะไรหรอก
 

[Trans] G-Dragon Shine a light Making book#4

G-Dragon Shine a light Making book
 
 


ตอนที่พวกเราทุกคนมาถึงที่สเตเดี่ยวเพื่อเตรียมการซ้อม
จียงกวาดสายตามองไปรอบๆที่นั่งที่ว่างเปล่าและตกอยู่ในความเงียบ
แม้แต่ฉันยังรู้สึกค่อนข้างโดดเดี่ยวทุกครั้งที่มองไปที่ฮอลล์คอนเสิร์ตที่ปราศจากผู้คนแบบนี้
น่าสงสัยว่าจียงกำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนั้น?
 
 


ทันทีที่ได้รับโอกาสหยุดพักเหนื่อยสั้นๆ จียงจะนอนลงกับพื้น
เขาแร็ปขณะที่กำลังนวดขาตัวเองไปด้วยเหมือนเด็กบ้าๆบอๆ
"ตอนที่ผมไม่มีเงิน ผมกลับบ้านและทำ bindaeddeok* ด้วยตัวเอง~" (*คล้ายๆพิซซ่าเกาหลี)
ไมโครโฟนในมือจียงถูกทำขึ้นมาแบบพิเศษเพื่อให้เข้ากับสีธีมหลักของคอนเสิร์ตนี้ ซึ่งคือสีขาวและแดง
วิศวะกรคยองจุนต้องไปซื้ออุปกรณ์และทำมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ตามคำขอของจียง
 

[Trans] G-Dragon Shine a light Making book#3

G-Dragon Shine a light Making book
 
  



"สวัสดีครับ!"
จียงปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับร่างกายที่แข็งแรงขึ้นแล้ว เสียงสดใส และค้อมตัวลง 90 องศาเหมือนทุกครั้ง
เขายิ้มกว้างให้กับนักดนตรีในห้องที่กำลังรออยู่ ทักทายพวกเขาทีละคนด้วยท่าทีเป็นกันเอง
พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเขาหวังจะให้งานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดีพร้อมกับทุกคน
หนึ่งในทีมงานที่จียงทำงานกับเขามาตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกหัด
บอกว่าจียงมักจะพูดจาทักทายแบบนี้อยู่เสมอตั้งแต่เด็กแล้ว
อาจจะเป็นไปได้ว่าเขาทำมันบ่อยมากจนกลายเป็นธรรมชาติได้ขนาดนี้ เหมือนเป็นนิสัยติดตัว
แล้วมันก็ทำให้ทุกคนมีความสุขมากจริงๆ เมื่อพวกเขาได้รับการต้อนรับด้วยท่าทางที่สดใสแบบนี้
 

[Trans] G-Dragon Shine a light Making book#2

G-Dragon Shine a light Making book
 
  

สต๊าฟทุกคนโห่เสียงเชียร์ทันทีที่การถ่ายทำฉากสุดท้ายของมิวสิควีดีโอจบลง
ฉันแน่ใจว่าพวกเขาทุกคนต้องยินดีที่จียงพยายามอย่างมากในการแสดงทั้งๆที่ตัวเองป่วยหนัก และทุกๆอย่าง
แต่ฉากสุดท้ายนี้เป็นอะไรที่ต้องใช้ความสามารถทางการแสดงของจียงล้วนๆ
ฉันรู้สึกโล่งอกที่ได้เห็นจียงยังคงพูดล้อเล่นกับทีมงานได้อีก
เขาบอกว่าอาจจะเป็นเพราะความป่วยที่ทำให้เขาแสดงอารมณ์ในฉากที่ดูโศกเศร้าแบบนั้นได้
ผู้กำกับและทีมงานทุกคนจ้องมองไปที่มอนิเตอร์เป็นครั้งสุดท้าย และในที่สุด...
"เยี่ยม! เจ๋งที่สุด!" ด้วยความพอใจ
จียงยิ้มสดใสทั้งๆที่ต้องต่อสู้กับความทรมานมาตลอดทั้งวัน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ดูเหมือนว่าทั้งช็อคโกแลตและยาจะหมดฤทธิ์ซะแล้ว
เขาดูป่วยอีกครั้ง พวกเราตัดสินใสปล่อยฉากที่เหลือไว้ถ่ายในวันอื่นและดูแลจียงให้ดีที่สุดก่อน
มาเล่นเกมส์ 'Find it' กันเถอะ!
เพราะพวกเขาต้องถ่ายทำกันจนดึกดื่น ดังนั้นจึงมีฉากนึงที่จียงไม่สามารถไปถ่ายได้
ฉากนั้นคือฉากไหน?
ฉันใบ้ให้ว่า...มันอยู่ใน 2-3 หน้าถัดไปนี่แหละ!
 
 
ตอนนี้พวกเขากำลังถ่ายทำวิดีโอที่ใช้ตอนเปิดคอนเสิร์ตกันอยู่
ฉันได้ยินมาว่าเสื้อผ้าที่จะใส่ในเพลงแรกของจียงต้องถูกทำให้เร็วกว่าปกติเพื่อนถ่ายทำวิดีโอนี้
มันดูเหมือนกับว่ามีอะไรมากมายที่ต้องถูกทำให้เสร็จก่อนถึงเวลา
ฉันเคยคิดว่าการจัดคอนเสิร์ตสักครั้งคงไม่มีอะไรมากนัก
แต่พอมาได้เห็นด้วยตาแล้ว มันมีการเตรียมตัวมากมายหลายฝ่ายที่ต้องเกี่ยวข้องกัน
รวมถึงการถ่ายวิดีโอประกอบอีกเยอะแยะ
ถ้าเพียงแต่ทุกคนจะแยกร่างไปอยู่ที่นั่นที่นี่เพื่อช่วยกันทำงานได้ก็คงดี
จียงยังคงป่วย... จนเขากลายเป็นเพื่อนกับโจ๊ก ยา และช็อคโกแลตไปแล้ว
การดูเขาทานอาหารและยาแบบนี้ยังคงทำให้ฉันรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพในตัวเขาอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ปกติแล้ว จียงจะเช็คทุกๆอย่างจากจอมอนิเตอร์
ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของตัวเองจนถึงกระทั่งอุปกรณ์เสริมตกแต่งต่างๆ
ฉันไม่รู้จริงๆว่าความตั้งใจอันมากมายของของเขานั้นมาจากไหนกันแน่
 

[Trans] G-Dragon Shine a light Making book#1

G-Dragon Shine a light Making book
 

 

"หือ? ยังไม่ถึงเวลานี่ ใช่มั้ยคะ?"
"(ยิ้ม) ครับ..."

ในวันที่มีการประชุมครั้งแรก ฉันพยายามที่จะไปถึงเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้เพื่อเตรียมตัวเองล่วงหน้า
แต่คนแรกที่ฉันเห็นกลับเป็นจียง ตอนนั้นยังไม่ถึงเวลาประชุม แต่เขาอยู่ที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว
เพราะว่าเขาเป็นศิลปิน ฉันจึงคิดว่าว่าเขาต้องมาสายแน่ๆ
ฉันรู้สึกแย่ไปเลยกับการเข้าใจผิดอย่างไร้เหตุผลในเรื่องนี้
 
 

อีกอย่างที่ทำให้ฉันประหลาดใจ
ก็คือการเห็นจียงเสนอความคิดเห็นตลอดเวลาระหว่างการประชุมกับหัวหน้าฝ่ายต่างๆ
ฉันเคยคิดว่าการประชุมแบบนี้จะต้องดำเนินโดยท่านประธานยาง
แต่ความกระตือรือร้นของจียงในการแลกเปลี่ยนไอเดียและความคิดเห็นกับทุกๆคน ทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก
เขาคิดทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็น แสง เสียง เวที ท่าเต้น สเปเชี่ยลเอฟเฟค
จียงยังคงคุยในเรื่องเหล่านี้ และเรื่องอื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ ตลอดการประชุม
คุณจะรู้สึกได้เลยถึงความมุ่นมั่นของจียงที่มีต่อคอนเสิร์ตครั้งนี้
การประชุมใช้เวลาพักใหญ่ๆ แต่จียงก็ไม่ดูเหนื่อยแม้แต่น้อย
บางทีวลีที่ว่า 'Firing away' อาจจะถูกใช้ในสถานการณ์แบบนี้ก็ได้?
 
 

มีอีก 2 สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจมากระหว่างมองดูเขาระหว่างการประชุม
อย่างแรกก็คือ การบันทึกสิ่งที่คุยกันในที่ประชุมของจียง
ตอนที่ฉันเปรียบเทียบสมุดของฉัน(ที่ฉันอ่านมันไม่ออกด้วยซ้ำ)กับของจียง
มันทำให้ฉันอยากจะปิดสมุดของตัวเองลงไปเลย
เขาเขียนเนื้อหาสาระจากการประชุมอย่างเป็นระเบียบและชัดเจน
ฉันแปลกใจมากที่การประชุมอันยาวนานแบบนี้จะสามารถสรุปทั้งหมดลงไปในกระดาษหน้าเดียวได้ยังไง
ฉันเคยได้ยินว่าเขาเป็นพวกเพอร์เฟคชั่นนิส และแม้แต่การเขียนของเขา ก็ยังต้องเพอร์เฟคเช่นกัน
"เอ่อ...ฉันขอดูได้มั้ย?"
จียงหัวเราะเบาๆ แล้วส่งสมุดของเขามาให้ฉันโดยปราศจาคคำพูดใดๆ