Flag Counter

free counters

Teddy in real life. Young to the bae. G to the D.

And they are in the same room! Let's hail my boys BIGBANG!

Meet Aliens from Mato Planet!

My beloved rookies group of year 2012. They are Best.Absolute.Perfect. B.A.P

Tablo, Mitha Jin, and Tukultz.

EPIK HIGH, everything about them is EPIK.

Perfect Human Being is here.

T.O.P aka Choi Seung Yong, black chocolate and almond voice of BIGBANG.

BIGBANG Still Alive.

We'll be more than they'll ever be.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ year: 2010 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ year: 2010 แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

[FanAccount] โมเมนต์ GTOP#5


*เรียงลำดับผิดกับอันที่ 4 เล็กน้อย xD ขออภัยค่ะ แต่ก็ยังอ่านรู้เรื่องเนอะ



31. ในห้องของควอนจียงมีกระดานจากแฟนๆจีรีอยู่ แต่มีข่าวลือว่าเขาทิ้งมันไปแล้ว


32. แฟน GTOP เห็นชเวซึงฮยอนบนถนนเธอจึงตื่นเต้นมากและเข้าไปถามว่าเขาออกมากับจียงรึเปล่า ท๊อปตอบว่า "ใช่...ใช่..." เธอตื่นเต้นมาก คิคิ แต่มารู้ทีหลังว่าที่จริงท๊อปกำลังคุยโทรศัพท์อยู่เธอจึงผิดหวัง


33. ท๊อป จียงและซึงรีไปดูหนัง ‘The Chaser’ ด้วยกัน แต่ซึงรีบอกยกเลิกนัด ก็เลยมีแค่ท๊อปกับจียงที่เข้าไปดูด้วยกัน



34. แฟนซาแซงออนนี่ (สโตรกเกอร์) เข้าไปขอลายเซ็นจียง แต่พบว่าท๊อปกับจียงกำลังจูงมือกันอยู่ จียงทำท่าประมาณว่า 'ปล่อยมือได้แล้ว' ท๊อปเลยร้องว่า "อ๋า? โอเช..." แล้วเขาก็ปล่อยมือจียง

[FanAccount] โมเมนต์ GTOP#4

53. จีดี & ท๊อปเดินเข้าบริษัท YG ด้วยกัน แล้วแฟนๆ ที่ตามหลังมาก็ตะโกนว่า "ชเวท๊อปท๊อป!" ท๊อปเลยหันไปถามจีว่า "นั่นอะไรอ่ะ ชเวท๊อปท๊อป? ยี่ห้อใหม่เหรอ?" จีตอบว่า "นั่นมันชื่อพี่ไม่ใช่เหรอ? เค้าเรียกพี่อ่ะ!" ท๊อปทำหน้าตาเหวอไปเลย... "ทำไมฉันถึงชื่อชเวท๊อปท๊อปล่ะ..."


54. ฉันจำไม่ได้ว่านี่ึเป็นตอนอยู่ที่บาร์รึเปล่า จียงกำลังคุยกับท๊อปอย่างมีความสุข แล้วแฟนคนที่จำท๊อปได้ก็เดินเข้าไปขอลายเซ็น ท๊อปเลยหยุดคุยกับจียงแล้วหันไปเซ็นให้ แล้วฉันก็ได้ยินจียงร้องว่า "ชเวซึงฮยอน ฟังช้านก่อนเซ่!"


55. ในปี 2008 ตอนที่ Freetempo มาแสดงที่เกาหลี จีดีกับท๊อปไปดูด้วยกันแต่วันนั้นจีไม่ค่อยสบาย ทุกคนกำลังสนุกกับการแสดงแต่จีไม่สบายก็เลยยืนตบมือกับเชียร์นิดหน่อย ซึงฮยอนที่เป็นห่วงจีมาตั้งแต่ต้นงานมักคอยเหลือบมองจีบ่อยๆ ว่ายังโอเคมั้ย จู่ๆ เขาก็จับมือจีแล้วพาออกไปตรงที่คนไม่ค่อยเยอะ ฉันมองไม่ค่อยเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่เห็นซึงฮยอนพยายามทำท่าตลกๆ ให้จียงหัวเราะ พอทำแบบนั้นแล้ว จียงเลยหัวเราะและสนุกกับการแสดงบนเวทีมากขึ้น

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Daesung’s 1st Official Japanese Pictorial Interview (Part 3 & 4)



บทบาทของคุณใน BIGBANG คืออะไร?
ถ้า BIGBANG เป็นครอบครัว ผมคิดว่าผมคงเป็นคุณลุง... เป็นญาติน่ะครับ... (หัวเราะ)


ทำไมจู่ๆบอกว่าคุณเป็นคุณลุงล่ะ? BIGBANG ไม่ใช่ครอบครัวกันเหรอ?
สำหรับผม คุณลุงจะไปที่บ้านและคอยแวะไปเล่นด้วยบางครั้ง เขาทำให้ทุกคนหระทับใจและทำให้ทุกคนรู้สึกมีชีวิตชีวามีความสุข ผมไม่พูดว่า BIGBANG ไม่ใช่ครอบครัวแต่เราไม่ล่วงเกินความส่วนตัวของกันและกันครับ คุณลุงก็เป็นแบบนั้น -- เว้นที่ว่างที่เหมาะสมกับทุกคนครับ



นั่นคือสิ่งที่คุณคิดสินะ แล้วสมาชิกคนอื่นล่ะ?
GD เป็นพ่อ แทยังเป็นแม่ GD เป็นคนที่เข้มงวดมากครับ ในฐานะหัวหน้าเขาสามารถนำ BIGBANG ได้และเป็นคนที่พึ่งพาได้เสมอ แทยังเป็นคนที่... ถ้ายืนอยู่ข้างหลังเขา่ เราจะไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นเลยครับ


แล้ว TOP ล่ะ?
TOP เป็นเด็กแรกเกิดครับ (หัวเราะ) เขาชอบเล่นมุขครับ 80% ของคำพูดเขาเป็นมุขทั้งหมดเหลือความจริงอยู่ 20% เอง เขาบอกเองว่าเขาสามารถแสดงตัวตนได้เต็มที่ ส่วนซึงรีเป็นสัตว์เลี้ยง (หัวเราะ) เป็นพุดเดิ้ลไซส์มินิ เขาเหมือนลูกหมาน้อยมาก ไม่เคยอายเลย... เขาเข้าได้กับทุกคนครับ

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

Daesung’s 1st Official Japanese Pictorial Interview (Part 1 & 2)



เราได้ยินว่าภาษาญี่ปุ่นของแดซองดีมาก ทำไมเราไม่สัมภาษณ์กันเป็นภาษาญี่ปุ่นกันวันนี้ล่ะ? (หัวเราะ)
ไม่อ่า... ไม่เอาดีกว่าครับ


พูดภาษาญี่ปุ่นได้แล้วใช่มั้ยครับ? คุณมีตารางงานที่ยุ่งพอสมควรแล้วหาเวลาเรียนญี่ปุ่นยังไง?
พอมีเวลาว่างผมก็จะไปเข้าคลาสเรียนญี่ปุ่นครับ แต่เพราะผมอยู่เกาหลีเลยไม่ค่อยได้ใช้ภาษาญี่ปุ่น ผมก็เลยลืมบ้าง ดังนั้นเวลามาอยู่ญี่ปุ่นผมจะพยายามพูดภาษาญี่ปุ่นครับ


ใครเก่งภาษาญี่ปุ่นมากที่สุด? แดซองใช่มั้ย?
ไม่ครับ(หัวเราะ) ไม่ใช่ผมแน่ๆ ผมคิดว่าน่าจะเป็นซึงรี

เวลามีการแสดงสดบนเวที คุณ 2 คนจะทำหน้าที่เป็นพิธีกรใช่มั้ย?

แต่ผมทำไม่ได้ ...ซึงรีมักเป็นพิธีกรมากกว่าครับ


เฉพาะช่วง MC ซึงรีจะดูพึ่งพาได้ใช่มั้ยครับ?
ใช่ครับ แต่แค่เฉพาะตอน MC เท่านั้นครับ(หัวเราะ)

วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

[Sub] MNET TOOK! ตอนที่ 1 4-4


 ***Thai Translation by Icys***
คำแปลสงวนสำหรับบ้าน VIP THAI SUB ค่ะ 
หากใครจะเอาไปแปะที่อื่น กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมดด้วยนะคะ
Eng Trans: ibigbang
Thai Trans: icys.exteen


ซึงรี: ผมไม่รู้ว่าผมเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ซึงรี: เมื่อก่อนเรามักจะหลบและปิดบังตัวเองเมื่อมีคนจำเราได้
ซึงรี: เรามักจะบอกปัดว่า "ไม่ ไม่ใช่ครับ"
ซึงรี: ตอนนี้ผมรู้สึกตื้นตันใจเวลามีคนจำได้
ซึงรี: และชอบหยุดคุยกับพวกเค้าประจำ


ซึงรี: ทุกคน คนไหนที่คุณควรจะจับตาดูให้ดีครับ?
ซึงรี: คุณควรจะจับตาดูผม
ซึงรี: ภาพลักษณ์อันงดงามของซึงรีจะเฉิดฉายต่อไป!
ซึงรี: คอยดูให้ดี!
ซึงรี: ย่า กล้องตั้ง 3 ตัว
ซึงรี: รู้สึกดีใจมากเลยครับ
ซึงรี: ผมจะเริ่มโปรโมทที่ Mnet และสิ้นสุดที่ Mnet
(ซึงรีผู้รู้สึกว่าตัวเองน่าจะทำได้ดีกว่านี้)
ซึงรี: จริงๆผมเป็นหวัดไม่สบายเมื่อสัปดาห์ก่อน
ซึงรี: ผู้ชมที่อยู่หน้าทีวีจะไม่รู้ว่าผมป่วย หรือผมกำลังรู้สึกอึดอัด
ซึงรี: เดิมทีเราตั้งใจจะแสดงเพลงมากกว่านี้
ซึงรี: แต่หลังจากนั้นผมไม่ค่อยสบาย เราจึงต้องเปลี่ยนแผนทันที
ซึงรี: พอมาดูที่วิดีโอ ผลลัพธ์ที่ออกมายังไม่น่าพอใจเท่าไหร่
ซึงรี: มันเป็นความรู้สึกของผู้ชายที่ถูกผู้หญิงที่เชื่อใจตีจาก
ซึงรี: เป็นเพลงที่สะท้อนความรู้สึกถูกหักหลัง
ซึงรี: ควรจะร้องใส่อารมณ์มากกว่านี้
ซึงรี: "ทำไมถึงทิ้งชั้นไป ทำไม" ประมาณนี้แหละ
ซึงรี: "ชั้นให้ทั้งกระเป๋า รองเท้าที่อยากได้ ทำไมยังทิ้งชั้นไป" แบบนั้นแหละครับ
ถ้าเธอไม่ชอบของพวกนั้น เธอก็ทิ้งไปอยู่ดี
ซึงรี: ถ้าเป็นยังงั้นเธอก็ไม่ควรให้บอกให้ผมซื้อให้ซิ
ซึงรี: เธอไม่ควรรับของพวกนั้นซิ
ซึงรี: ทำไมถึงรับของพวกนั้นแล้วทิ้งผมไปล่ะ
ซึงรี: กระเป๋า รองเท้า ผมซื้อทั้งนั้น
ซึงรี: ความรักมันด้านชา จางหายไปแล้ว
ซึงรี: ผมมีประสบการณ์แบบนี้ประจำเลย
ซึงรี: เวลามีความรัก ผมอยากจะซื้อทุกอย่างให้เธอเลย

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

[Sub] MNET TOOK! ตอนที่ 1 3-4

 ***Thai Translation by Icys***
คำแปลสงวนสำหรับบ้าน VIP THAI SUB ค่ะ 
หากใครจะเอาไปแปะที่อื่น กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมดด้วยนะคะ
Eng Trans: ibigbang
Thai Trans: icys.exteen



แต่ในความเห็นของชั้น ซึงรีน่ะ...
เป็นผู้ชายในสเป็กของผู้หญิงหลายๆคนเลยล่ะค่ะ
เป็นคนพูดตรงไปตรงมา
ซึงรียังมีภาพพจน์ของแบดบอย
แต่ก็มีส่วนที่ใจดีและเซ็กซี่ด้วย
เค้าชอบอะไรที่เซ็กซี่ๆด้วย
ซึงรี: เวลามีอะไรที่ผมไม่สามารถพูดออกมาได้
ซึงรี: หรือเวลาที่ผมโกรธ ต้องการกำลังใจ
ซึงรี: ผมจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆครับ
ซึงรี: ยกตัวอย่างเช่น ไปหาอะไรดื่มแล้วก็บ่นให้เพื่อนฟัง ช่วยเพิ่มพลังให้ผมระหว่างทำงานฮะ
ซึงรี: เวลาผมดูดี เพื่อนๆก็จะชมผม
ซึงรี: เวลาผมแต่งตัวดูเรียบเกินไป เพื่อนๆก็จะไม่รีรอที่จะเตือนผม
ซึงรี: เป็นเพื่อนแท้ที่ไม่เสแสร้งใดๆเลยครับ
(ซึงรีดื่มอะไรบางอย่างตลอดเวลาเลย)
ซึงรี: สิ่งนี้... ระหว่างที่โปรโมทเพลงบิ๊กแบง...
ซึงรี: ผมไม่ค่อยมีท่อนร้องมากนัก
ซึงรี: เพราะฉะนั้นผมจะห่วงแต่ท่อนของผมเท่านั้น
ซึงรี: ทำให้ผมไม่ค่อยรู้สึกว่าเสียงผมไม่มีพลัง
ซึงรี: เลยกลายเป็นว่าผมไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่
ซึงรี: ตอนนี้ผมอยากร้องเพลง 3 นาทีเต็มด้วยตัวเอง
ซึงรี: เดี๋ยวจะเหลือซ้อมอีกรอบนึง
ซึงรี: และเสียงของผมก็จำเป็นมาก
ซึงรี: ดังนั้นผมเลยติดนิสัยพกน้ำอุ่นมากินครับ
ซึงรี: ยิ่งกว่านั้นแค่ได้จิบไปเรื่อยๆผมก็รู้สึกดีแล้ว
ซึงรี: เหมือนกับดาราฮอลลี่วู้ดที่ชอบพกน้ำชาติดตัวไงครับ

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

[Sub] MNET TOOK! ตอนที่ 1 2-4

 ***Thai Translation by Icys***
คำแปลสงวนสำหรับบ้าน VIP THAI SUB ค่ะ
หากใครจะเอาไปแปะที่อื่น กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมดด้วยนะคะ
Eng Trans: ibigbang
Thai Trans: icys.exteen

CL: อัลบั้มของซึงรีทำด้วยกำมะหยี่!
CL: โอ้มายก๊อด! กำมะหยี่เชียวนะ!
CL: สุดท้ายอัลบั้มถูกทำด้วยกำมะหยี่หรูหรา
CL: อุดหนุนกันด้วยนะคะ~
CL: และฟังเพลงของเค้าบ่อยๆนะ
CL: โอ้แม่เจ้า! อะไรเนี่ย!
พัคบอม: ทุกคนคะ! ทุกคน!
ซานดาร่า: เหอ~
ซึงรี: ดี! ดีมาก! พูดว่าไฟท์ติ้ง! ไฟท์ติ้ง!
CL: งั้นพูดพร้อมกันเลย
CL: ซึงรี! ไฟท์ติ้ง!
พัคบอม: เอาล่ะนะ! ไฟท์ติ้ง!
พัคบอม: ไม่ค่อยเหมือนเชียร์เลยเนอะ...
ซานดาร่า: นี่ไง! สัญลักษณ์ของซึงรี!
CL: เค้าเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากค่ะ
CL: ตั้งใจมาก...
ซานดาร่า: ค่ะ เค้าพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องมากเลย
พัคบอม: ทีมเราต้องการคนแบบนั้นเหมือนกัน!
พัคบอม: เวลาที่ต้องการกำลังใจ เค้าจะคอยช่วยไม่ว่าคนๆนั้นจะรู้สึกหดหู่ขนาดไหน
CL: โอโมะ! โอโมะ!
CL: เหมือนเธอกำลังพูดถึงตัวเองอยู่เลย...
พัคบอม: ชั้นหรอ? ไม่ใช่ชั้นนะ
พัคบอม: ชั้นไม่ใช่คนที่จะแสดงบนเวทีได้ดีถ้าไม่มีใครคาดหวังชั้นซะหน่อย
พัคบอม: ชั้นเป็นประเภทที่แสดงได้ดีเมื่อมีคนคาดหวังต่างหาก!
พัคบอม: ไฟท์ติ้ง!
ซานดาร่า: ทำได้ดีมาก!
ซึงรี: ขอโทษมินซีด้วยนะ...
ซึงรี: มินซีอา ขอโทษนะ!
มินซี: ไม่เป็นไรค่า
ซึงรี: รักเธอนะ~
มินซี: เหอออ!
ซานดาร่า: บ๊ายบาย
ซึงรี: ตั้งใจทำงานนะครับ~
พัคบอม: บ๊ายบาย

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

[Trans] ความคิดในหัวเยือกเย็น ทว่าใจเร่าร้อน


Zero pretensions. 100% Real.

 
       ....ราวกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านเทือกเขา... 
 
     TaeYang รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเสียใจ 'ไม่ต้องรีบเร่งแต่ก็อย่าลังเลที่จะทำมัน' การแสดงอย่างโดดเดี่ยวของเขานั้นได้พูดแบบนั้นกับเรา นี่เป็นการสัมภาษณ์ของ A GQ กับ 'แทยัง' ไอดอลที่มีทั้งความจริงใจและสัญชาตญาณในตัว
     'Teayang' สำหรับเรา เป็นไอดอลที่ไม่ธรรมดาเลย เขาน่าประทับใจมาก และพร้อมที่จะเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับอัลบั้ม 'Real' สิ่งที่จำกัดความถึงตัวเขาเอง ตอนที่แทยังถามเราว่า 'ผมแค่เป็นตัวของตัวเองใช่มั้ยครับ?' เรารับรู้ได้ว่ามันเป็นความรู้สึกจากใจของเขาจริงๆ ไอดอลที่ไหนเค้าจะมาถามคำถามนี้กัน? 
     เครื่องดื่มสักหน่อยมั้ย? เบียร์เป็นไง?
  
     "ผมไม่ดื่มแอลกอฮอล์จริงๆครับ"


     ชอบหน้าหนาวรึเปล่า? อย่างอากาศอย่างวันนี้

     "ชอบครับ เพราะผมจะได้ใส่เสื้อผ้าหลายๆชั้น แล้วเพลงโปรดของผมเกือบทั้งหมดก็มักจะเหมาะกับหน้านี้นะ ผมชอบความรู้สึกที่อบอุ่นน่ะครับ สงบเงียบ เช่นเพลงจังหวะกลางๆแบบนี้ ช่วงนี้ผมฟังเพลง Slow Motion ของ Karina บ่อยมาก แล้วก็เพลงเก่าๆของ Michael Jackson"

     จำได้มั้ย หลังจากที่เราเคยสัมภาษณ์คุณไปในฐานะ 'Men of the Year' ไปเมื่อปีที่แล้ว คุณสัญญาว่าจะกลับมาพบกับเราอีกครั้งถ้าคุณได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ?

     "(หัวเราะ) จริงๆ ผมอยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆนะครับในปี 2009 แต่รู้สึกว่าผมจะไม่ได้ทำอะไรที่แตกต่างจากเดิมเลย เพราะไม่ค่อยมีเวลาน่ะครับ"

วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2554

[Trans] TOP: Vogue Korea : The lively man

Vogue Korea : May 2010
 
      ใบหน้าใสซื่อราวกับเด็กน้อยของเขาที่ทุกคนไม่เคยพบ จะถูกฉายให้เห็นในภาพยนตร์เรื่องของแรกของเขา Into the Fire แร็ปเปอร์หนุ่มที่ทุกคนเคยเห็น การแร็ปฟรีสไตล์พร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทได้สร้างโอกาสให้เขาก้าวขึ้นไปอีกขั้นในวงการ นั่นคือการแสดงภาพยนตร์

     หมอกหนาจัดกำลังลอยตัวท่ามกลางป่าทึบเขียว เสียงกลองที่แว่วลอยมา ในโลกทีแปลกปลอมและโดดเดี่ยวเช่นนี้ สันติภาพที่บิดเบี้ยวได้พังลงแล้วที่นี่ 'ดังกระหน่ำ' นี่เป็นคำเดียวที่จะจำกัดความเสียงนี้ได้โดยออสการ์ ตัวละครในนิยายของ Gunter Gras. 'บทสนทนาของแมลงเม่าและหลอดไฟ' เป็นอาวุธเดียวที่ทำให้ความอ่อนแอสามารถต่อสู้กับโลกที่โหดร้ายนี้ได้

     ท็อปยืนตีกลองอยู่เงียบๆ สันคางที่โดดเด่นออกมานั้นเผยชัดถึงความเป็นหนุ่ม รอยย่นระหว่างคิ้วที่แสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ริมฝีปากเม้มปิดแน่น แต่นัยน์ตาสีดำสนิทของเขายังคงไม่ปิดลงตามไป แววตาของเขาไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเลียนแบบได้เลยจริงๆ

     "ผมคิดว่าเพราะความคิดของผมมันค่อนข้างซํบซ้อนกว่าคนอื่น ตอนที่เด็กคนอื่นกำลังวิ่งเล่นในสนาม ผมจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับตัวเองที่บ้าน ตั้งแต่เด็กแล้วครับ การแต่งเพลงและการแร็ปเป็นของเล่นชิ้นเดียวของผม ความอ้างว้างและเด็ดเดี่ยวกลายมาเป็นเหมือนพลังให้กับผมที่สะสมเอาไว้เรื่อยๆ และมันจะออกมาในเวลาที่ผมต้องการจะใช้ ตอนที่ผมขึ้นไปอยู่บนเวทีครั้งแรก ผมเห็นอีกด้านหนึ่งของตัวเองที่ไม่คิดว่าตัวเองจะมีตรงนั้น แต่ก็ไม่เคยชะล่าใจนะครับ ผมไม่เคยใช้มันไปกับสิ่งไร้สาระ"

     สำหรับเขา เหตุผลที่ท็อปเลือก Into the Fire เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขานั้นง่ายมาก
     "มันเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอย่างไม่มีเหตุผล ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันจะสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีผมน่ะครับ"

     หลังจากได้เห็นท็อปในชุดสูท กำลังร้องเพลงเดี่ยวของเขาในคอนเสิร์ตเดี่ยวของบิ๊กแบง จางแทวอง ตัวแทนบริษัทก็ส่งบทให้เขาทันที มันเป็นบทหนังเรื่อง Into the Fire เรื่องราวเกี่ยวกับสงครามที่น่าเศร้าจากโปฮัง (สิงหาคม 1950) ที่ถูกเล่าผ่านสายตาของเด็กหนุ่มอายุ 17 ภาพยนต์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากจดหมายหนึ่งร้อยฉบับที่ถูกส่งมาจากนักเรียนทหาร ลีวูกึน ถึงแม่ของเขา ท็อปจะเล่นในบทของโอจางบอม นักเรียนทหารผู้เล่าเรื่องราวทั้งหมดในเรื่องนี้

     "แม่ครับ ผมฆ่าคน" เขาเริ่มจดหมาย

     "ผมคิดไม่ออกเลย อะไรบางอย่างแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แฟนๆที่เด็กกว่าผมเข้าใจแค่ว่าเป็นบทของนักเรียนทหารที่เป็นส่วนหนึ่งของของเรื่องนี้เท่านั้น ผมอยากจะบอกความจริงของประวัติศาสตร์ เหตุผลที่ผมแร็ปและทำเพลงฮิพฮอพมาตั้งแต่เด็ก ก็เพราะว่าผมอยากจะบอกเรื่องราวของผม ในยุคที่นักร้องไอดอลมีมากมายแบบนี้ ผมควรทำบางอย่างที่มีความหมายมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพวกเขา" ท็อปเขียนลงไปในกระดาษ ราวกับว่าเขาเป็นโอจางบอมในยุคปัจจุบัน

วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

[Sub] MNET TOOK! ตอนที่ 1 1-4

***Thai Translation by Icys***
คำแปลสงวนสำหรับบ้าน VIP THAI SUB ค่ะ
หากใครจะเอาไปแปะที่อื่น กรุณานำออกไปพร้อมเครดิตทั้งหมดด้วยนะคะ
Eng Trans: ibigbang
Thai Trans: icys.exteen

ซึงรี: สวัสดีฮะ
(เค้ามาทำไมที่นี่ล่ะ?)
ซึงรี: ผมมาทานอาหารกับเพื่อนฮะ
ซึงรี: มาเจอกันแล้วก็คุยเล่นหลังจากที่อัลบั้มของผมถูกปล่อยออกมาแล้ว
ซึงรี: ผมจะเอาอัลบั้มไปให้เพื่อนเป็นของขวัญฮะ
ซึงรี: อยู่ไหนแล้ว?
ซึงรี: มาให้ไวเลย
ซึงรี: เดินเข้ามานายก็จะเห็นชั้นเลย
(เพื่อนสนิทของซึงรีมาถึงแล้ว!)
ซึงรีชอบผู้หญิงที่แก่กว่าครับ
ซึงรีชอบของที่มีกลิ่นอายอีโรติกนิดๆด้วยครับ
ซึงรี: อ้าว! คุณเข้ามาไม่ได้นะ
ซึงรี: ผมซื้อมาทุกอย่างเลยฮะ
ซึงรี: ใครกันที่พอทำครั้งแรกแล้วจะเพอร์เฟ็คเลยฮะ?
ซึงรี: คงเหงาน่ะฮะ
ซึงรี: ไม่นะ...
ซึงรี: ผมก็ซื้อกระเป๋าให้แล้วไง?
ซึงรี: โอ้! ซึงรี ซึงรี ซึงรี!
พัคบอม: ชั้นต้องทำยังไง~
ซึงรี: แย๊บ แย๊บ ฮุค!
ซึงรี: ผมรู้สึกตกใจนิดหน่อย
ซึงรี: อยากได้สาวสักคน~
ซึงรี: โห มันดูเซ็กซี่มากเลย!
เหมือนผู้ชายชั่วน่ะค่ะ
ซึงรี: คุณต้องพูดแต่สิ่งดีๆสิ!




วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

[Trans] สัมภาษณ์ TOP จาก สมุดภาพ Electric love tour



ก่อนอื่นเลย คุณรู้สึกยังไงบ้างกับการทัวร์คอนเสริต์ Electric love tour ที่เพิ่งจบลงไป??
พูดตามตรงคือ ผม รู้สึกประหลาดใจมากๆๆครับ คือผมคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าแฟนๆที่ญี่ปุ่นจะต้องเงียบๆ
ผมจึงรู้สึดีใจมากที่ทุกคนต่างสนุกกับเราเหมือนกับที่แฟนๆชาวเกาหลีสนุก
ผมรู้สึกภูมิใจมากในสิ่งที่เราทำ เมื่อผมเห็นแบบนั้นแล้ว มันเป็นการทัวร์ที่น่าจดจำในทุกๆกรณีเลยฮะ
นอกจากนี้ตอนนี้ผมเริ่มที่จะรู้สึกละโมบขึ้นมาเล็กๆว่าเราจะสามารถแสดงโชว์ที่ญี่ปุ่นมากขึ้นนับจากนี้ไป
ผมคิดว่ายังมีอะไรอีกมากที่เราจะทำในครั้งหน้า

การแสดงของคุณนั้นดูแมนมาก จนแฟนๆที่เป็นผู้ชายที่ญี่ปุ่นนี้ก็ยังชอบเลยนะค่ะ
ผมก็หวังให้เป็นแบบนั้นนะครับ ที่เกาหลีก็มีแฟนๆที่เป็นผู้ชายชอบการแสดงของผมมากเหมือนกัน
มันไม่ใช่ว่าผมตั้งเป้าหมายเอาไว้แบบนั้นนะครับ แต่ สไตล์ในการร้องแร๊พของผมมันเป็นแบบผู้ชายมากๆ
ผมคิดว่าการที่ผมมีบุคคลิกแบบนี้เป็นเพราะ
ผมเริ่มคิดสไตล์การรร้องแร๊พและการออกเสียงในแบบของตัวเองมาตั้งแต่ยังเด็กแล้วครับ

[Trans] สัมภาษณ์ G-dragon จาก สมุดภาพ Electric love tour



คุณเริ่มฟังเพลงเมื่อตอนอายุเท่าไหร่??
ในตอนนั้นผมเป็นนักเรียนชั้นประถมครับ มีคุณพ่อของเพื่อนคนนึงทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ในรายการเพลงทางทีวี
และผมก็ได้มีโอกาสไปที่บ้านของเค้า ที่นั่นมีเพลงมากมายหลายอัลบั้มของศิลปินในระดับสากล
ผมได้ยินเพลง hiphop เป็นครั้งแรกที่นั่นและผมก็เหมือนกับช็อคไปเลย

เหมือนกับว่า " มีเพลงแบบนี้ในโลกด้วยเหรอเนี้ย??? " แบบนั้นเลยใช่ไม๊??
ผมเคยฟังแต่เพลง ป็อปของเกาหลีจนกระทั่งได้มาฟังเพลงhiphop แบบนั้นครับ
ดังนั้นผมเลยแบบว่า " ทำไมเพลง hiphop ถึงถูกเรียกว่าเป็นเพลงที่ดีได้ละ ?? ผมไม่เข้าใจภาษาต่างประเทศพวกนี้ด้วยซ้ำ "
ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงถูกเรียกว่าดีนักดีหนา ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ฮะ
แต่หลังจากที่ผมได้ฟังเพลงที่มีชื่อว่า C.R.E.A.M ของ Wu Tang Clan
ซึ่งในตอนนั้นพวกเค้าเป็นวง hiphop ที่โด่งดังที่สุดที่อเมริกา
มันทำให้วิศัยทัศน์ในเรื่องดนตรีของผมกว้างไกลขึ้นทันทีทันใดเลยฮะ

[Trans] สัมภาษณ์ แดซอง จาก สมุดภาพ Electric tove tour



ก่อนสัมภาษณ์เราเจอโน้ตที่คุณล่ามเขียนแนบมาให้คือ ภาษาญี่ปุ่นของDLนั้นเข้าขั้นดีมาก
เอางี้ละกัน เราจะเริ่มการสัมภาษณ์นี้เป็นภาษาญี่ปุ่นดีไม๊ค่ะ?? (หัวเราะ)

ได้โปรดละครับ อย่าเลยครับ โอ๊ย ผมจะทำยังไงดี ทำยังไงดี

พูดภาษาญี่ปุ่นได้ในระดับแบบคุณนี่ไม่น่าจะมีปัญหานะค่ะ
คุณจัดการไปเรียนภาษาญี่ปุ่นได้ยังไงในเมื่อตารางงานยุ่งขนาดนี้??

จนถึงตอนนี้ผมก็ยังเรียนภาษาญี่ปุ่นนะครับถ้าหากว่ามีเวลา ตอนที่ผมอยู่ที่เกาหลี ผมไม่มีโอกาสที่จะฝึกคุยหรือใช้ภาษาญี่ปุ่นเลย
ทำให้ผมชอบลืมอะครับ ดังนั้น ในตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่นผมเลยพยายามที่จะนำมาใช้ให้มากที่สุด

ในบรรดาสมาชิกวงบิกแบง ใครที่เก่งภาษาญี่ปุ่นที่สุด ไม่ใช่ ดีไลท์หรอกเหรอค่ะ??
อ่า (ยิ้มเขินๆ) ไม่ใช่ผมแน่นอนครับ คนที่เก่งที่สุดคงเป็น VI

คุณทั้งคู่ต่างรับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานคอนเสริต์นี่ค่ะ??
ก็ไม่เชิงว่าผมทำได้หรอกครับแต่ VI นั้นกระตือรือร้นมาก

โอ้ว งั้น VI ไว้ใจปล่อยให้คุณพูดคุยในฐานะพิธีกรในคอนเสริต์???
ครับ แต่ไว้ใจเฉพาะการปล่อยให้ผมเป็นพิธีกรนี่แหละนะฮะ (หัวเราะ)

=======================


[Trans] สัมภาษณ์ ซึงรี จาก สมุดภาพ Electric tove tour




มีคนแจ้งฉันมาว่า สามารถสัมภาษณ์โดยใช้ภาษาญี่ปุ่นได้เลย ทั้งหมด ใช่ไม๊??ค่ะ??
ครับผมจพยายามทำให้ดีที่สุดครับ แต่ถ้ามีอะไรที่ผมไม่เข้าใจผมจะขอให้พี่ล่ามช่วยได้ไม๊ฮะ??
ได้สิค่ะ
ดีครับ ต่อเลยครับ


ก่อนอื่นเลย คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนยังไงค่ะ??
คนอื่นๆอาจจะคิดว่าผมเต็มไปด้วยความมั่นใจเสมอ แต่จริงๆแล้วผมไม่ใช่คนแบบนั้นนะครับ
จิตใจผมเปราะบางครับ เปราะบางมาก
ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้แสดงออกถึงความอ่อนแอของผมต่อหน้าคุณ ผมจะไปพยายามมากขึ้นในการฝึกซ้อม
ผมจะทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้มีความมั่นใจมากขึ้น
ผมที่มักจะดูเหมือนว่ามีความมั่นใจตลอดเวลาแบบนี้ ผมห่วงด้วยนะครับว่าสมาชิกในวงจะคิดยังไงกับผม
" ทำไมนายพูดตรงจังเลย" ประโยคนี้ผมได้ยินบ่อยเลยครับจากสมาชิกในวง

[Trans] สัมภาษณ์ YB จากนิตยสาร Numero Japan เดือนธันวาคม 2010





1. ความฝันที่คุณมีต่อบิกแบงและความฝันสำหรับตัวเองในฐานะศิลปินเดี่ยว คือ??
ผมอยากจะเป็นนักร้องที่สามารถจะสร้างความประทับใจให้กับผู้คนได้
ทั้งในฐานะที่เป็นสมาชิกวงบิกแบง และในฐานะศิลปินเดี่ยวครับ ไม่ว่าจะเป็นที่เกาหลีหรือที่ญี่ปุ่น ไม่ว่าที่ไหนที่ผมจะไป
ความฝันของผมคือ ผมอยากจะเป็นคนที่สามารถร้องเพลงออกมาดีๆและสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมครับ

2. ความแตกต่างในการขึ้นเวทีกับบิกแบง กับขึ้นเวทีในฐานะศิลปินเดี่ยว??
ในระหว่างที่ผมทำงานในฐานะศิลปินเดี่ยว สิ่งที่ผมต้องทำคือบรรยายสิ่งที่ผมต้องการออกมาด้วยตัวของผมเอง
แต่กับบิกแบงที่มีสมาชิก 5 คน ความกลมกลืนกันเป็นสิ่งที่สำคัญ
สมาชิกคนอื่นจะช่วยเติมเต็มในจุดที่ผมด้อยและทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น
การที่ผมทำงานเดี่ยวผมไม่มีแรงสนับสนุนแบบนั้นและมันก็รู้สึกกดดันมากกว่าครับ