การสัมภาษณ์โดยตรงกับศิลปินที่โด่งดังอย่างมากและเพิ่งเดบิวรับงานในภาพยนตร์เรื่องแรก คุณชเวซึงฮยอน
หรือรู้จักกันอย่างดีในนามของ TOP แห่งวงบิกแบง
ท็อปไม่เพียงแต่โด่งดังอย่างมากในฐานะสมาชิกวงบิกแบงเท่านั้น
แต่ในตอนนี้เค้าได้เข้ามาท้าทายงานในด้านการเป็นนักแสดงด้วย
ในการแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรกของเค้าผ่านไปได้ด้วยดี
การที่ได้มาเห็นเค้าในบทบาทที่ต่างไปจากการเป็นศิลปินในวันนี้
เราจะนำเสนอให้แก่คุณผู้อ่านให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของเค้า
หลังจากที่เราได้ดูภาพยนตร์จบแล้วก็ได้มาพบพูดคุยกับท็อป ซึ่งตอนนี้ทั้งที่ญี่ปุ่นและที่เกาหลี
ท็อปแห่งวง บิกแบงนั้น เป็นชื่อของแร๊พเปอร์ส่วน ชเวซึงฮยอนนั้นเป็นนักแสดง
ภาพยนตร์เรื่องแรกของเค้า เรื่อง 71: Into The Fire ได้รับรางวัล Korean Academy Awards
และส่วนตัวเค้าเองเค้าก็ได้รับรางวัล นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากงาน Blue Dragon Film Awards
ภาพยนตร์เรื่อง 71: Into The Fire นี้เป็นภาพยนตร์ที่สร้างอ้างอิงมาจากเรื่องจริง
ของนักเรียนทหาร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก จดหมายที่เขียนถึงคุณแม่ของพวกเค้าในช่วงสงครามเกาหลี
Q: จริงๆซึงฮยอนได้รับความโด่งดังอย่างมากจากละครเรื่อง ไอริช
แต่ทำไมเค้าจึงต้องการที่จะมาแสดงภาพยนตร์??
TOP: จริงๆแล้วในตอนที่ผมคิดจะเริ่มแสดงภาพยนตร์ มีบทส่งมาให้ผมอ่านเยอะมากเลยครับ
แต่ว่าเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้มันพิเศษมาก
และมันเต็มไปด้วยความรู้สึกและอารมณ์มากกว่าบทของภาพยนตร์เรื่องไหนๆที่ส่งมาให้ผมได้อ่าน
ผมได้อ่านมันและคิดว่านี่เป็นบทที่คุ้มค่าในการที่จะท้าทายตัวเองให้ลองแสดงดู
และเป็นเพราะว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ในเรื่องของสงครามน้อยมาก ผมจึงรับแสดงครับ
คนในรุ่นที่รู้เรื่องราวของสงครามเกาหลีน้อยมากๆๆ เมื่อได้ดูแล้ว จะได้มีความสุข
และคิดว่าเราได้อาศัยอยู่ในยุคที่สงบสุขดังนั้นควรพยายามที่จะกอบโกยความสุขในวันนี้ให้มากที่สุด
และผมก็คิดว่าถ้ามีคนในรุ่นเดียวกันที่ไม่มีความรู้เรื่องสงครามเกาหลีมากนักมาร่วมแสดงในภาพยนตร์ด้วย
จะเป็นการทำให้คนรุ่นใหม่อยากที่จะลองมาชมภาพยนตร์
ในการเป็นทหารรับใช้ชาตินั้นเราถือว่ามันเป็นหน้าที่ อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในสมัยของโอจางบอมก็เหมือนกัน
หากในตอนนี้บ้านเมืองมีสงครามบางทีผมอาจจะต้องเดินทางไปอยู่เป็นกองหน้าเหมือนกับเค้าก็ได้
แน่นอนว่า มันจะดีมากที่สุดหากเรื่องราวนี้จะไม่เกิดขึ้นจริงนะครับ "