Flag Counter

free counters

Teddy in real life. Young to the bae. G to the D.

And they are in the same room! Let's hail my boys BIGBANG!

Meet Aliens from Mato Planet!

My beloved rookies group of year 2012. They are Best.Absolute.Perfect. B.A.P

Tablo, Mitha Jin, and Tukultz.

EPIK HIGH, everything about them is EPIK.

Perfect Human Being is here.

T.O.P aka Choi Seung Yong, black chocolate and almond voice of BIGBANG.

BIGBANG Still Alive.

We'll be more than they'll ever be.

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

[Trans] สัมภาษณ์ GD+TOP จากนิตยสาร KStar Lover ประเทศญี่ปุ่น




ฉันคิดว่า คงมีแฟนเพลงเยอะมากมายที่กำลังรอคอยอัลบั้มใหม่ของบิกแบงอยู่นะค่ะ
ดังนั้นช่วยบอกเราหน่อยได้ไม๊ว่าทำไมพวกคุณถึงได้ตั้งวงเฉพาะกิจนี้ขึ้นมา??


GD: คือ เป็นเพราะว่า เราได้ทำงานในส่วนของอัลบั้มใหม่ของบิกแบงมาโดยตลอดก่อนหน้านี้ครับ
แต่เป็นเพราะสมาชิกอีกสามคนก็ยังคงมีงานในส่วนของงานเดี่ยวอยู่ด้วยเลยยุ่งทำงานเดี่ยวไป
ดังนั้นมันเลยมาจบลงที่ เราสองคนก็อัดเสียงด้วยกันบ่อยมาก แต่พอเรามานึกถึงแฟนๆที่รอคอยอัลบั้มของบิกแบง
เราก็คิดว่าแฟนๆคงต้องการอยากได้ยินเราทั้ง 5 คนร้องเพลงด้วยกันมากกว่า
ดังนั้นเราเลยสรุปออกมาว่า เราทั้งสองคน จะออกอัลบั้มคู่ปล่อยออกมาก่อน และก็จะมีอัลบั้มของบิกแบงตามมาครับ

แล้วสมาชิกคนอื่นๆรู้สึกยังไงกับ วงยูนิตพิเศษที่พวกคุณสองคนร่วมกันตั้งขึ้นมาค่ะ??

T.O.P.: พวกเค้ากำลังกดดันมากเลยครับ (หัวเราะ) พวกเค้าบอกว่า
" เพราะถ้าพวกพี่สองคนประสบความสำเร็จ เราก็จะอาศัย แรงตรงนี้แหละ ส่งให้อัลบั้มของบิกแบงก็ต้องประสบความสำเร็จด้วย"

[Trans] สัมภาษณ์ GDและท็อปจาก 10 Asia

มีคนไม่มากนักที่จะสามารถถ่ายทอดความคิดของพวกเค้าผ่านออกมาทางเสียงเพลงได้
และไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถจัดระเบียบและเรียบเรียงผลที่เกิดจากความคิด
ที่พวกเค้าได้รับจากการทำงานเพลงและพูดมันออกมาได้แต่ทั้งจีดราก้อนและท็อปเค้าทั้งคู่สามารถที่จะทำได้
พวกเค้าพูดถึงเรื่องราวของเพลงของพวกเค้าตลอดการสัมภาษณ์กับเราและพูดถึงความคิดที่พวกเค้าใส่ลงไปในงานเพลงของพวกเค้า
ไม่ว่าคุณจะมีความเห็นด้วยกับเรื่องเพลงของเค้าหรือไม่ เราขอแนะนำให้คุณลองอ่านบทสัมภาษณ์นี้ดู
เพื่อที่จะได้รู้ว่าพวกเค้าทั้งสองมีความคิดยังไงเกี่ยวกับดนตรีของพวกเค้า

และนี่คือเรื่องราวของคนหนุ่มในวัยยี่สิบต้นๆ สองคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดาราไอดอล
กับการที่พวกเค้าทั้งสองลงมือทำงานเพลงด้วยตัวเองและนำเสนอมันให้ผู้คนได้รับรู้


10:รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับที่ต้องมาทำงานคู่กันในวันคริสมาสแบบนี้ ??(หัวเราะ)
TOP: เรารู้สึกสงสารกันและกันมากครับ (หัวเราะ)

10: ผม ก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันนะครับที่ต้องมาสัมภาษณ์พวกคุณ (หัวเราะ)นี่ก็นับได้อาทิตย์นึงแล้วนะครับที่พวก
คุณกลับมาทำงานในการโปรโมทอัลบั้ม ผลตอบรับเป็นยังไงบ้างครับเนี่ย??


GD: เราต้องยอมรับเลยครับว่าเราพักไปนานทีเดียว (หัวเราะ)
ในอดีตเราจะรู้สึกถึงการตอบรับที่ร้อนแรงสะท้อนกลับมาได้เลยทันที
แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันจะไม่เหมือนเดิมแล้วละครับ เราเดบิวในนามบิกแบงมากว่า 2 ปีแล้ว ผมคิดว่าจากนี้ไป
เราคงจะได้รับความสนใจจากผู้คนขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำมันออกมาด้วยวิธีไหน
ถ้าจำเป็น ผมอาจจะต้องไปปรากฏตัวในรายการวาไรตี้เพื่อเรียกความสนใจเพื่อให้คนจะได้มาชมการแสดงของเราครับ


TOP:ผมยังไม่แน่ใจกับมันนะครับ เพราะอัลบั้มก็เพิ่งวางแผงไปเมื่อวาน และมันก็เยี่ยมมากที่ได้รู้ว่ามีการขายไปได้
หลายแผ่นแล้วด้วย แต่ผมคิดว่ามันคงต้องใช้เวลาซักพักนะครับกว่าผมจะรู้สึกถึงการตอบรับนั้น


10:คุณรู้สึกยังไงบ้างครับในการขึ้นแสดงบนเวทีอีกครั้งหลังจากที่หายไปนาน??
และนี่เป็นครั้งแรกรึเปล่าที่มีแค่พวกคุณสองคนขึ้นเวทีคู่กัน??


GD:ผมรู้สึกประหม่ามากกับการแสดงบนเวทีผ่านรายการเพลงทางทีวีเป็นครั้งแรกของพวกเราครับ
แต่ภาระในใจก็ค่อยๆๆเบาลงตั้งแต่ครั้งนั้น และผมก็สนุกกับตัวเองได้มากขึ้น
ตอนที่เรามีการบันทึกเทปล่วงหน้ามันทำให้เราเหนื่อยมาก
เพราะว่าเราถ่ายกันไป 3-4 ครั้งแต่ดูเหมือนว่ายิ่งถ่ายก็ยิ่งได้ซอตที่ดีที่สุดออกมาเรื่อยๆ
อย่างในเทปแรกๆเราจะคิดว่านี่เป็นการแสดงผ่านรายการทีวีดังนั้นเราก็เต้นและทำท่าทางในแบบที่ได้วางแผนเอาไว้ก็พอ
ซึ่งมันดูแล้วไม่สนุกเลย จนในตอนท้ายก่อนที่เราจะตัดใจเราก็เคลื่อนไหวได้อย่างที่เราต้องการ
และเทปที่ดีที่สุดก็ออกมาจนได้ ดังนั้นเราจึงพยายามขึ้นเวทีด้วยอารมณ์ที่สนุกสนานเพื่อที่จะได้คงสภาพสนุกๆนั้นเอาไว้ให้ได้ครับ

[Trans] สัมภาษณ์ TOP กับ 10asia

10: ผมกำลังสัมภาษณ์คุณในวันคริสมาส (หัวเราะ) คุณต้องเหนื่อยแล้วแน่ๆจากคอนเสริทเมื่อวาน และยังมีผมมารบกวนคุณอีกวันนี้
ท๊อป: อ๋อ ไม่เป็นไรครับ (หัวเราะ) แล้วคุณคิดยังไงกับการแสดงของเราครับ

10: ผมได้ลงภาพบนทวิสเตอร์จากคอนเสริทของคุณ และมีบางคนที่ตามผมในทวิสเตอร์ บอกว่าผมเห็นแก่ตัวที่สนุกสนานอยู่คนเดียว (หัวเราะ)
ท็อป: ผมว่า ผมต้องพูดว่า ขอบคุณมากนะครับที่คิดไปในทางนั้นสำหรับคอนเสริทของพวกเรา (หัวเราะ) ตอนที่มีงานคอนเสริท อาจจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ อย่างเช่น ปัญหาเครื่องเสียง แต่มันก็คือหน้าที่ของพวกเราที่จะทำให้ได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ ยากลำบากครับ และผมก็ต้องขอบคุณทุกคนที่อยู่ที่นั้นกับพวกเรา พร้อมกับให้ความสนุกสนานไปกับเราอย่างเต็มที่ครับ มันก็นานมาแล้วเมื่อตอนที่เราออกรายการแสดง แต่ผมกลับรู้สึกมีกำลังใจ และมีความสุขกับการแสดง ขอบคุณถึงการคิดพิจารณา และการเตรียมเวทีที่ดีๆให้เราครับ

10: การแสดงของคุณดูเหมือนจะต่างไปจากเมื่อก่อน อย่างเช่น ตอนคุณอยู่ที่ YG Family concert จู่ๆคุณก็ปรากฏอยู่ตอนหน้าแฟนๆ บนเวที พร้อมกับยื่นหน้าไปตรงหน้าของพวกเขา และเริ่มร้องแร๊ป
ท็อป: จริงๆแล้วมันไม่ใช้ว่าการคิดพิจารณาไว้ก่อนเวลา หรือ อะไรก็ตาม แต่ในขณะที่ผมกับจีดราก้อนแสดงอยู่นั้น พวกเราจะมีภาพอยูในหัวไว้แล้ว และสิ่งเล็กน้อยๆที่เกิดขึ้น ก็คือการ แสดงโดยไม่ได้เตรียมมาก่อน ผมคิดว่ามันคือพลังที่เกิดขึ้นมาเพื่อเพิ่มความดึงดูดของประเภทธุรกิจการ แสดงในขณะโชว์จากไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็เหมือนกับการแสดงอารมณ์ที่เราปล่อยออกมาจากความรู้สึกที่ได้จากเพลงของพวก เรา ไม่ใช่อะไรที่จัดการไว้แล้ว ผมเชื่อว่ามันคือความมั่นใจของพวกเราครับ

10: คุณดูเหมือนจะคลายความมั่นใจมากขึ้น ทั้งในอัลบั้มใหม่และวิถีทางบนเวที และยังมีอะไรที่แตกต่างจากความผ่อนคลาย ที่เราได้รับจากการแต่งหน้าแบบsmokyของคุณ ในเพลง "Knockout" ซึ่งมันน่าสนใจมาก มีอะไรเสริมเป็นพิเศษในเปลี่ยนแปลงนี้มั้ยครับ
ท็อป: มันเป็นเรื่องของการตั้งคำถามให้กับตัวเองในไม่กี่ปีที่ผ่านมามากกว่าครับ สมัยก่อนผมสงสัยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ และมีตอนที่มันเป็นภาระกับผมอย่างมาก ทิ้งไว้กับผมให้คิดว่า เมื่อตอนที่ผมทำบางอย่าง บางทีมันก็มากเกินไปสำหรับผม แต่เมื่อผมโตขึ้น ผมก็เปลี่ยนคำถามมาเป็น "ผู้คนต้องการอะไรจากผม"

[Trans] สัมภาษณ์ G-dragon กับ 10asia




นักข่าวจาก 10asia ของเราได้ใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมจนถึงวันที่ 26 ธันวาคม
ยอมทำงานในวันหยุดรวมถึงทำงานในวันคริสมาสอีกด้วย
แต่ยังไงก็ตามแต่ มันก็คืองานใช่ไม๊ละ?? ในระหว่าง 3 วันนั้น เราได้ไปชมการแสดงของ จีดีและท้อป
เราได้สัมภาษณ์เค้าในสตูดิโอที่ใช้ในการถ่ายทำเลย และ ได้ถ่ายรูปพวกเค้าบนเวทีมาด้วย
เรารู้สึกแย่แทนพวกเค้าทั้งคู่ที่ต้องใช้เวลาในวันคริสมาสทำงาน และอยู่กันเองสองคน

ด้านล่างนี้เป็นบทสัมภาษณ์ที่ตัดมาการจากสัมภาษณ์ที่ทาง 10asia ไปสัมภาษณ์ จีดราก้อนมาค่ะ


10: ดูตาของคุณจะเริ่มมีสีดำๆใต้ตาแล้วนะครับเนี่ย (หัวเราะ)
GD: ครับ, ผมขึ้นแสดงทั้งคืนเลยเมื่อวานก็ด้วยครับ (หัวเราะ)

10: คุณเริ่มที่จะกลับมาใช้ชีวิตแบบยุ่งๆๆอีกแล้วนะครับ
ผมรู้มาว่าคุณมีความสุขมากเลยกับการมีเวลาอย่างเต็มที่หลังจากที่หมดช่วงโปรโมทงานเดี่ยวของคุณนะ

GD: ผมปาร์ตี้อย่างหนักเลยครับประมาณ 1-2 เดือนหลังจากที่ได้รับอนุญาติจาก CEO บริษัท คุณยางฮยอนซอก
ว่าให้ไปเที่ยวได้หลังจากที่หมดกิจกรมในการโปรโมทงานเดี่ยวของผมครับ (หัวเราะ)

10: ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกรึเปล่าที่คุณได้มีเวลาว่างจริงๆตั้งแต่คุณเดบิวมา??
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคุณหลังจากที่ได้มีเวลาว่างนั้นคืออะไรครับ??


GD: มันเป็นความรู้สึกที่เหนื่อยและยากมากในตอนที่พวกเรา(บิกแบง)มีตารางานที่ยุ่งมากๆครับ
แต่ความรู้สึกทุกอย่างก็หายไปเมื่องานจบ (หัวเราะ)
ผมคิดว่ามันคล้ายๆกับความรู้สึกนั้นนะครับ ทุกอย่างในอดีตดูเหมือนกับว่ามันไม่ใช่อะไรทั้งนั้น
และนั่นเป็นเหตุผลว่าผมถึงมีเวลาค่อนข้างมากในการเตรียมตัวของผมเองสำหรับงานในอนาคต
หลังจากได้มานั่งทบทวนและมองสิ่งต่างๆ หนึ่งปีหลังจากที่ผมจบงานในอัลบั้มเดี่ยว
มันเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้เดบิวมาที่ผมมีเวลาจะเตรียมการ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนหรือการคิด
ผมสามารถที่จะทำงานในแบบที่สบายๆๆหลังจากที่ผมใช้เวลาหลายๆปีให้หลังนี้รีบเร่งกับทุกสิ่ง
และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมมั่นใจมากๆๆในอัลบั้มใหม่และมั่นใจในการพบปะกับผู้ใหญ่ ครับ

[Trans] ท็อปได้พูดถึงความสัมพันธของเค้ากับท่านประธานยางฮยอกซอกและนักแสดงที่เค้าเคยร่วมงานด้วย

ท้อปเป็นเจ้าของเสน่ห์เกินยั้งใจในการแสดงบนเวที ยิ่งเราได้พูดคุยกับเค้ามากเท่าไหร่
เราก็ยิ่งเห็นตัวตนในแบบมนุษย์ธรรมดาคนนึงของเค้ามากยิ่งขึ้น
เมื่อเราถามเค้าเกี่ยวกับเรื่องที่คนมากมายพูดว่าเค้าเป็นคนที่แปลกๆ เค้ายิ้มแบบอายๆและตอบว่า
" ผมมักจะเป็นแบบนั้นแหละครับในตอนแรกๆ "
เค้าจัดการกับบุคลิกที่หลากหลายในการเป็นทั้ง เด็กซุกซนๆคนนึงในวัย 24 ,นักแสดงที่ดูเป็นผู้ใหญ่
และศิลปินนักแต่งเพลงที่นิยมความสมบูรณ์แบบ ให้คงอยู่ร่วมกันได้ยังไง???

ถึงแม้ว่าเค้าจะมีหน้าตาที่ดึงดูด แต่เค้ากลับมีแต่เพื่อนผู้ชายเท่านั้น
ไม่ใช่เป็นเพราะเค้าทำงานกับพวกผู้ชายเท่านั้น แต่ประกอบกับนิสัยของเค้าที่จะกลัวการสุงสิงกับคนแปลกหน้าด้วย
จึงทำให้เค้าดูยากที่จะเข้าถึงได้ แต่เรื่องนี้เพื่อนๆหรือดาราสาวๆจะไปโทษเค้าก็คงไม่ถูกนัก

เมื่อถามเค้าถึงเรื่องที่เค้าทำตัวไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่มักจะติดต่อสานสัมพันธ์กับศิลปินสาวๆเอาไว้
เพื่อที่ว่าบางทีอาจจะมีโอกาสแนะนำเพื่อนสาวให้รู้จักกับเพื่อนผู้ชายของตนเองบ้าง
ท็อปกล่าวว่า " ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำตัวแบบนี้หรอกนะครับ ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะติดต่อศิลปินสาวๆได้ยังไง"

เพื่อเป็นการที่จะรู้จักเค้าให้มากขึ้น เราลองเข้ามาดูแผนผังความสัมพันธ์ของเค้ากับคนอื่นๆ ดู


1) ท่านประธาน YG: Yang Hyun Seok
Yang Hyun Seok และสมาชิกวงบิกแบงเป็นคนกลุ่มแรกที่เค้าจะนึกถึง เค้ากล่าวว่า
" ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ผมใฝ่ฝันมาโดยตลอดเกี่ยวกับการได้เข้ามาฝึกเป็นนักดนตรีและผมก็สนใจในเพลง hiphop มาก
และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมเป็นแฟนเพลงของท่านยางครับ" หลังจากที่ได้พบกับท่านยางฮยอนซอกครั้งแรก
ท็อปก็นับถือท่านยางในฐานะคนที่จะสามารถพึ่งพาขอความช่วยเหลือได้ เค้าอธิบายว่า
" เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมคิดมากเกินไปเกี่ยวกับตัวเอง เค้าจะถามผมว่าทำไมต้องคิดมากขนาดนั้น
และมักจะนำผมไปยังทิศทางที่ถูกต้องเสมอครับ "

[Trans] สัมภาษณ์ TOP จากนิตยสาร Eiga Ga Sugoi (Japan)




การสัมภาษณ์โดยตรงกับศิลปินที่โด่งดังอย่างมากและเพิ่งเดบิวรับงานในภาพยนตร์เรื่องแรก คุณชเวซึงฮยอน
หรือรู้จักกันอย่างดีในนามของ TOP แห่งวงบิกแบง

ท็อปไม่เพียงแต่โด่งดังอย่างมากในฐานะสมาชิกวงบิกแบงเท่านั้น
แต่ในตอนนี้เค้าได้เข้ามาท้าทายงานในด้านการเป็นนักแสดงด้วย
ในการแสดงในภาพยนตร์เรื่องแรกของเค้าผ่านไปได้ด้วยดี
การที่ได้มาเห็นเค้าในบทบาทที่ต่างไปจากการเป็นศิลปินในวันนี้
เราจะนำเสนอให้แก่คุณผู้อ่านให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของเค้า

หลังจากที่เราได้ดูภาพยนตร์จบแล้วก็ได้มาพบพูดคุยกับท็อป ซึ่งตอนนี้ทั้งที่ญี่ปุ่นและที่เกาหลี
ท็อปแห่งวง บิกแบงนั้น เป็นชื่อของแร๊พเปอร์ส่วน ชเวซึงฮยอนนั้นเป็นนักแสดง
ภาพยนตร์เรื่องแรกของเค้า เรื่อง 71: Into The Fire ได้รับรางวัล Korean Academy Awards
และส่วนตัวเค้าเองเค้าก็ได้รับรางวัล นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากงาน Blue Dragon Film Awards
ภาพยนตร์เรื่อง 71: Into The Fire นี้เป็นภาพยนตร์ที่สร้างอ้างอิงมาจากเรื่องจริง
ของนักเรียนทหาร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก จดหมายที่เขียนถึงคุณแม่ของพวกเค้าในช่วงสงครามเกาหลี

Q: จริงๆซึงฮยอนได้รับความโด่งดังอย่างมากจากละครเรื่อง ไอริช
แต่ทำไมเค้าจึงต้องการที่จะมาแสดงภาพยนตร์??


TOP: จริงๆแล้วในตอนที่ผมคิดจะเริ่มแสดงภาพยนตร์ มีบทส่งมาให้ผมอ่านเยอะมากเลยครับ
แต่ว่าเนื้อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้มันพิเศษมาก
และมันเต็มไปด้วยความรู้สึกและอารมณ์มากกว่าบทของภาพยนตร์เรื่องไหนๆที่ส่งมาให้ผมได้อ่าน
ผมได้อ่านมันและคิดว่านี่เป็นบทที่คุ้มค่าในการที่จะท้าทายตัวเองให้ลองแสดงดู
และเป็นเพราะว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ในเรื่องของสงครามน้อยมาก ผมจึงรับแสดงครับ
คนในรุ่นที่รู้เรื่องราวของสงครามเกาหลีน้อยมากๆๆ เมื่อได้ดูแล้ว จะได้มีความสุข
และคิดว่าเราได้อาศัยอยู่ในยุคที่สงบสุขดังนั้นควรพยายามที่จะกอบโกยความสุขในวันนี้ให้มากที่สุด

และผมก็คิดว่าถ้ามีคนในรุ่นเดียวกันที่ไม่มีความรู้เรื่องสงครามเกาหลีมากนักมาร่วมแสดงในภาพยนตร์ด้วย
จะเป็นการทำให้คนรุ่นใหม่อยากที่จะลองมาชมภาพยนตร์
ในการเป็นทหารรับใช้ชาตินั้นเราถือว่ามันเป็นหน้าที่ อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในสมัยของโอจางบอมก็เหมือนกัน
หากในตอนนี้บ้านเมืองมีสงครามบางทีผมอาจจะต้องเดินทางไปอยู่เป็นกองหน้าเหมือนกับเค้าก็ได้
แน่นอนว่า มันจะดีมากที่สุดหากเรื่องราวนี้จะไม่เกิดขึ้นจริงนะครับ "

[Trans] Q&A กับบิกแบงจาก Bigbang time Vol:1




Q1: คุณทำอะไรในวันหยุดล่าสุดที่ได้รับมา??
G-Dragon: ไปสวนสนุก Fuji Q ครับ
SOL: เรียนหนังสือครับ
T.O.P: ผมไม่มีวันหยุดครับ
D-Lite: ผมนอนหลับตลอดเวลาเลยครับ
V.I: ผมไปสวนสนุกFuji Q ครับ มันเยี่ยมมากเลย

Q2: สิ่งของที่คุณซื้อเมื่อไม่นานมานี้?
G-Dragon: รถยนต์ครับ
SOL: ของขวัญ
T.O.P: รองเท้าชายของ Louboutin
D-Lite: สาหร่ายทะเลครับ
V.I: ผมซื้อกางเกงของ Dior มาครับผมคิดว่ามันมันดีแน่ๆสำหรับหน้าร้อนนี้