Flag Counter

free counters

Teddy in real life. Young to the bae. G to the D.

And they are in the same room! Let's hail my boys BIGBANG!

Meet Aliens from Mato Planet!

My beloved rookies group of year 2012. They are Best.Absolute.Perfect. B.A.P

Tablo, Mitha Jin, and Tukultz.

EPIK HIGH, everything about them is EPIK.

Perfect Human Being is here.

T.O.P aka Choi Seung Yong, black chocolate and almond voice of BIGBANG.

BIGBANG Still Alive.

We'll be more than they'll ever be.

วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2554

[Trans] สัมภาษณ์ Bigbang จากนิตยสาร With Japan ( GD's Part)

Big Bang Special
เราต้องการที่จะรู้ว่า ตัวตนจริงๆของบิกแบงนั้นเป็นอย่างไรกันแน่?? ( ที่โซล เกาหลี เรามาแล้วววว)

ทุกวันนี้ความโด่งดังของบิกแบงนั้นกำลังกระจายไปทั่วญี่ปุ่น
พวกเค้ายังคงทำงานที่ถูกกล่าวถึงมากมายในฐานะศิลปินระดับประเทศ
ผู้ซึ่งเป็นที่สนใจอยู่เสมอไม่ว่าจะในฐานะศิลปินกลุ่มหรือในงานเดี่ยวของแต่ละคน
นิตยสาร With ในฉบับนี้ ได้เดินทางไปที่โซล ประเทศเกาหลีเพื่อที่จะไปค้นหาว่าตัวตนจริงๆของพวกเค้านั้นเป็นอย่างไร
ครั้ง นี้เป็นครั้งแรกจริงๆของพวกเราที่จะทำการลงไปสำรวจในสถานที่จริงในฐานะสื่อ มวลชนชาวญี่ปุ่น และเราจะได้เข้าใกล้หัวใจที่แท้จริงของพวกเค้าที่ถูกปกปิดเอาไว้ เรามุ่งหน้าไปยัง ที่พักของพวกเค้า ร่วมไปถึงสตูดิโอที่ซ้อมเต้น และที่อื่นๆอีกมากมาย


=================

[Trans] ข้อความของ TOP+GD ถึงแฟนๆทาง Nate Mail


TOP


ถึง แฟนๆของผมครับ

สวัสดีครับ ผมท็อป
พวกคุณจะได้พบกับอัลบั้มใหม่หลังจากที่รอกันมาเป็นเวลานานนะครับ
ขอบคุณมากๆเลยที่ส่งอีเมล์เข้ามาเชียร์พวกเราเยอะมากๆ
ผมอยากจะขอแรงสนับสนุนต่อไปอีกในอนาคต และ ช่วยรักเพลงของพวกเราด้วย
ผมหวังว่าทุกคนจะมีความสุขส่งท้ายปี 2010 และโปรดรักษาสุขภาพในช่วงหน้าหนาวนี้ด้วยนะครับ


source: gilbakk + 벅@dcinside
Eng translation: teambigbang
Thai Translation by undercover @ VIPP @ Choitopthailand


[Trans] สัมภาษณ์ Bigbang จากนิตยสาร With Japan ( Taeyang's Part)

SOL

ในวันที่เรามีการสัมภาษณ์ Sol กำลังยุ่งกับการถ่ายทำมิวสิควีดีโอเพลงของเค้า
ในอัลบั้มเดี่ยว international version กับเพลง I'll be there ซึ่งมีกำหนดจะออกมาในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้
เราเข้าใจว่า sol จำเป็นต้องเร่งการถ่ายทำครั้งนี้ให้เสร็จ ส่วนเราก็อยากที่จะไปดูการแสดงสดๆของเค้า
และดูการถ่ายทำพิเศษสำหรับ MV ตัวนี้ด้วย

" ผมอยากจะให้คนดูแล้วคิดว่า กำลังดูงานเดี่ยวของ Sol ที่เป็นสมาชิกวงบิกแบง ไม่ใช่ Solที่เป็นศิลปินเดี่ยว
การที่มีชื่อวงมาต่อท้ายชื่อของผมเอง มันยิ่งทำให้ผมมีความกดดันมากขึ้นอีก
แต่ว่ามันจะทำให้ผมต้องจริงจังมากขึ้นอีกถ้าอัลบั้มนี้ออกมาประสบความสำเร็จ"


และนี่คือ " Sol จากบิกแบง " นี่แหละที่เราอยากจะพูดออกไป เค้าคงได้รับอิทธิพลมากมายมาจากวงของเค้า
แม้ว่างานเดี่ยวของเค้าจะเต็มไปด้วยความเครียด แต่เราก็สามารถรับรู้ได้ถึงความสุขที่ออกมาจากคำพูดของเค้า

"ผมชอบที่จะเก็บของและออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวครับ ในตอนที่ผมออกท่องเที่ยว ผมจะเจอชื้นส่วนที่หายไปจากตัวผม
และคิดว่าผมต้องเสียอะไรไปบ้างตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้
ทำให้ผมสามารถที่จะให้ความสนใจกับเสียงเพลงได้ ผมยังรู้สึกขอบคุญอย่างมากเพราะว่าผมได้เรียนรู้อะไรมากมายจากสถานการณ์นั้น"

[Trans] สัมภาษณ์ ยองแบ จากสมุดภาพ Electric love tour Japan



- ฉันเห็นคุณออกทีวีด้วยเมื่อเช้านี้
(ยิ้มเขินๆ) จริงๆแล้วผมก็เพิ่งตื่นนะครับ ดังนั้นมันเลยรู้สึกเหมือนว่ากำลังฝันอยู่เลยครับ

- ไม่หรอกไม่ใช่หรอกค่ะ คุณเป็นคนที่คอยทำให้สมาชิกในวงที่กำลังเผชิญกับความยุ่งยาก
อยู่กับงานต่างๆที่ไม่ใช่งานเพลงสดใสขึ้นมาได้เสมอแน่นอน

ครับ แต่จริงๆแล้วผมเป็นคนขี้อายนะครับ ผมเป็นคนที่ชอบเขิลมากที่สุดแล้วในบรรดาสมาชิกในวงบิกแบง

-แต่คุณดูไม่เหมือนคนแบบนั้นเลยนะค่ะ งั้นคุณคิดว่าตัวเองเป็นคนยังไงค่ะ คนที่ขี้อายเหรอ??
(ตอบเป็นภาษาญี่ปุ่น : shojiki bocumo bocuo yocuwa karimasen)
พูดตามตรงนะครับ ผมก็ไม่ได้รู้จักตัวเองดีขนาดนั้นหรอกฮะ

[Trans] YB Man of the Year 2010 by GQ Korea





กำลังสบายๆหลังจากที่เสร็จสิ้นการถ่ายรูป และได้ถอดเสื้อโค้ทขนเฟอร์ที่หรูหราออกไปแล้ว แทยังก็เดินเรื่อยๆเข้ามาหาเรา
บรรณาธิการนิตยสารและช่างภาพกำลังอยู่ในระหว่างการพูดคุยกันถึงปัญหาการขนส่งของ
เนื่องจากสภาพของการจราจรในวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ต้นปาล์มที่ถูกดัดเป็นบอนไซที่จะต้องใช้ในการถ่ายภาพ เกือบจะมาถึงสตูดิโอไม่ทันเวลา
หลังจากนั่งฟังเงียบๆ แทยังก็บ่นพึมพำว่า " ทำไมพวกเค้าถึงก่อเรื่องแบบนี้" ซึ่งเค้าไม่เคยที่จะแสดงออกท่าทางแบบนี้มาก่อน

ในวงการเพลงกระแสหลักของเกาหลี ที่ซึ่ง ในตอนนี้ กลายเป็นเรื่องยากมากที่จะแบ่งแยกไอดอลออกจากเด็กธรรมดาๆ
แต่แทยังรั้นที่จะเดินไปในหนทางที่แตกต่างแทนที่จะยืนหยัดอยู่ในคอนเซ็บเดิมๆ
เค้ามีความเชื่อว่าเค้ากำลังทำในสิ่งที่เค้าต้องการ ไม่ใช่มัวแต่หลับหูหลับตาบ่นถึงสภาพของวงการในปัจจุบัน
เค้าแสดงให้เห็นว่าเค้าจะกำชัยชนะมาให้ได้ทั้งๆที่สภาพวงการอยู่ในช่วงอ่อนแอแบบนี้
แทนที่จะโวยวายออกมา เค้ามีความเป็นผู้ใหญ่ในฐานะนักร้อง จนในบางครั้งเค้าก็แค่นิ่งเฉยไว้จะดีกว่า

ยังไงก็ตาม โอกาสในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ถูกสร้างออกมาเพื่อ แสดงความยินดีและสรรเสริญเค้าโดยเฉพาะ
(เนื่องจากเป็นฉบับ man of the year) แทยังถึงกับถอนหายใจและกล่าวว่า
" อืม.....ผมเดาว่าพอมองย้อนกลับไปมันก็ค่อนข้างเป็นเรื่องที่นำมาซึ่งความสุขและความเศร้าปนกันนะครับ
มันยอดเยี่ยมทีเดียว เหนือสิ่งอื่นใด ในที่สุดผมก็ได้ออกอัลบั้มที่ผมทำงานกับมันมาเป็นเวลายาวนาน
จำนวนของผู้ฟังเพลงและคนที่ชื่นชอบในอัลบั้มก็เพิ่มมากขึ้น การตอบรับจากเวทีในระดับสากลก็เป็นแรงสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่มาก
และผมก็มีคอนเสริต์เดี่ยวที่ผมต้องการมันมากจริงๆ แต่เมื่อ ม่านปิดลง เราต่างรู้สึกไปในทางเดียวกัน
นั่นคือ เรามีความสุขและเศร้าไปด้วย และคุณจะถูกทิ้งไว้กับภาพในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว
และอดไม่ได้ที่จะคิดว่า "บางทีมันน่าจะดีกว่านะถ้าทำแบบนี้แทน" มันเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่า อาจจะนะครับ???
เหมือนกับเป็นมุมมุมนึงที่ยังไม่ถูกเติมเต็ม " เพราะผมอยู่ในตำแหน่งที่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่แหละครับ"

[Trans] 10 คำถามเปิดใจกับ TOP เกี่ยวกับสาวๆ ใน AnAn Magazine



10 คำถาม เรื่องความสัมพันธ์กับสาวๆในใจ TOP

Q1: ตอนนี้กำลังอินเลิฟอยู่รึป่าว?
Ans: ไม่ครับ ตอนนี้ผมให้ความสำคัญกับการทำงานก่อน ผมเป็นพวกประเภทชอบหมกมุ่นน่ะครับ

Q2: ความรักในอุดมคติ?
Ans: ถึงอยู่ห่างกัน ผมก็ยังมีความสุขได้ เพราะเราเชื่อใจกัน

[Trans] สัมภาษณ์ GD+TOP จากงาน World Premiere by Asiae

การเปิดตัวครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก world premiere ที่ออกอากาศผ่านเวปไซด์ youtube
อาจจะเป็นชื่องานที่ฟังดูหรูหรายิ่งใหญ่ แต่เวทีที่ GD+TOP จากวงบอยแบนด์ bigbang
ใช้ในการเปิดตัวอัลบั้มของพวกเค้านั้น ดูเล็กๆและเรียบง่าย
พวกเค้าได้เปิดเผยให้เราเห็นบางส่วนของแต่ละเพลงในอัลบั้มพร้อมทั้งอธิบายถึงเบื้องหลังของเพลงเหล่านั้นให้เราฟัง

สำหรับแฟนๆที่กำลังรอคอยการแสดงคัมแบคที่สวยหรูของพวกเค้า ด้วยการที่งานในครั้งนี้ถูกจัดในลักษณะของทอล์กโชว์
อาจจะทำให้ดูว่าตัวงานออกจะยืดยาวกินเวลาเกินไปบ้าง แต่การที่พวกเค้าจัดงานในลักษณะนี้
กลายเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะเปิดโอกาสให้พวกเค้าได้บรรยายถึงความรู้สึกของพวกเค้าในการทำงานเพลงในอัลบั้มนี้
และเหมือนกับที่ทั้งคู่ได้พูดไว้ว่า พวกเค้าได้ทำงานในเพลงแต่ละเพลงซึ่งเพลงเหล่านี้
จะเป็นเหมือนฝนแรกของหน้าแล้งสำหรับแฟนๆที่ต่างรอคอยมาเนิ่นนานกับการคัมแบคของ บิกแบง

ด้านล่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ในงานเปิดตัวของพวกเค้าที่ กรุงโซล ในวันอังคาร(14 ธันวาคม)ที่ผ่านมา
10 วันก่อนที่อัลบั้มของ GD+TOP จะวางแผงอย่างเป็นทางการ



Q: การที่คุณใช้รูป โลโก้ ในการโปรโมทอัลบั้มเป็นรูปเดียวกับเครื่องประดับที่คุณสวมอยู่นี่ มีความหมายอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าครับ??

GD: ก็เหมือนกับที่เห็นอยู่ครับ รูปร่างมันเหมือนกับการชูมือเป็นรูป ตัว V
ในขณะที่ทำงานในอัลบั้มนี้ ผมกับท็อปได้สังเกตเห็นว่าแฟนๆจะชอบมากที่สุดเวลาที่เห็นเรามีความสุขบนเวทีและชูนิ้วแบบนี้
ซึ่งรูปมันก็ไปคล้ายรูปของ Playboy ด้วย ซึ่งมันจะหมายถึงผู้ชายสองคนที่มีหลากหลายสไตล์
รวมถึงความ น่าหลงใหล เซ็กซี่ และรู้จักสนุก ออกมาด้วยครับ


Q: ท็อปครับ เพลงโซโล่ของคุณคือ turn it up ได้ถูกบรรจุลงมาในอัลบั้มนี้ในฐานะโบนัสแทรกด้วย
นี่เป็นเพราะคุณไม่มีแผนที่จะออกอัลบั้มเดี่ยวของคุณอีกแล้วรึเปล่าครับ??


T.O.P: ผมคิดว่าผมควรจะอธิบายถึงการที่ผมกับจียงทำไมถึงได้มาออกอัลบั้มนี้ร่วมกันเพื่อตอบคำตอบนั้นนะครับ คือว่า
จียงได้ทำงานในส่วนของอัลบั้มของบิกแบงอยู่ ส่วนผมก็เสร็จจากการถ่ายทำภาพยนตร์
ซึ่งมันทำให้เรามีเวลาที่จะมานั่งทำงานร่วมกันมากขึ้น และช่วยกันทำเพลงออกมามากขึ้น มากขึ้น
ซึ่งเพลงเหล่านั้นทางต้นสังกัดของเราคิดว่ามันฟังดูไม่เลวทีเดียว
ดังนั้นเราจึงจู่ๆก็ตัดสินใจกันอย่างกระทันหันเลยว่าจะนำทุกอย่างมารวมกันในรูปแบบของการทำอัลบั้มเฉพาะกิจ
และมอบมันให้กับแฟนๆเหมือนกับเป็นของขวัญสำหรับแฟนๆได้รอคอยอัลบั้มของบิกแบงมาอย่างยาวนานมาก
ซึ่งประธานบริษัทของเราเป็นคนที่แนะนำความคิดที่ว่าเราควรจะเอาเพลงเหล่านั้นมารวมกันเป็นอัลบั้มแบบนี้
ซึ่งในอัลบั้มจะมีเพลงที่เราทั้งสองคนทำขึ้นมาและเอาเพลงที่อาจจะปรากฏในอัลบั้มเดี่ยวของเราในอนาคต
มารวมไว้ในอัลบั้มนี้ในฐานะของโบนัสแทรกด้วยครับ